Social commerce : Social Media มีผลอย่างไรต่อการซื้อสินค้า

Social commerce : Social Media มีผลอย่างไรต่อการซื้อสินค้า

T9 วางโลโก้-01

ปัจจุบันผู้บริโภคจะไม่เดินเข้าร้านนั้น ออกร้านนี้เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลสินค้า แต่พวกเขาจะเลือกใช้ Social media เพื่ออัพเดทข้อมูลของสินค้าต่างๆ ทั้ง Facebook, Instagram และ Twitter ในปีที่ผ่านมา Facebook ก็ได้สร้าง “Shopping” ขึ้นบนหน้าแอพฯ เพื่อเป็นตัวช่วยโฆษณาให้ร้านค้าออนไลน์ ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคเข้าชมสินค้าได้ง่ายขึ้น และไม่ต้องเปลี่ยนเส้นทางไปยังเว็บไซต์ผ่านเบราเซอร์

ในส่วนของ Instagram ก็เช่นกันที่มีการเปิดให้แบรนด์/ร้านค้า ซึ่งหลังจากเปิดตัวเพียง 5 เดือน มีโฆษณามาลงแล้วกว่า 200,000 ชิ้น นอกจากนี้ Snapchat แอพฯ แชทยอดนิยมของวัยรุ่นสหรัฐฯ ก็ยืนยันว่ามีแผนที่จะเปิดแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของตัวเอง และ Twitter ที่มีการทดสอบปุ่ม “Buy” ไปแล้วก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม แม้ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะยังไม่ซื้อสินค้าผ่าน Social Media แต่พวกเขาก็จะใช้ Social Media เพื่อหาข้อมูล และติดตามแบรนด์ที่ชื่นชอบ ทั้งนี้ จากสำรวจของ Aimia ระบุว่า 56% ของผู้บริโภคได้ติดตามแบรนด์บน Social Media เพื่อดูสินค้า ส่วนแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Facebook (19%) ตามมาด้วย Twitter (10%) Instagram (9%) ผลการสำรวจดังกล่าว มาจากกลุ่มสำรวจจำนวน 2,17 คน ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

Jan-Pieter Lips ผู้บริหาร Aimia ให้ทัศนะว่า หากทุกแบรนด์มีบริการช้อปออนไลน์ครบทุกช่องทาง รวมถึง Social Media ก็จะทำให้ Social Media กลายเป็นช่องทางหลักในการช้อปปิ้งได้ เพราะตอนนี้ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะซื้อสินค้าบนเว็บอีคอมเมิร์ซอย่าง Amazon มากกว่า แบรนด์จึงต้องปรับกลยุทธ์การขายเพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงได้สะดวกขึ้น

และในแต่ละช่วงอายุก็มีพฤติกรรมและความคิดที่แตกต่างกัน กลุ่มอายุ 18-34 ปี จะใช้ Social Media เพื่อดูสินค้าใหม่ๆ 5 อันดับแรกของสินค้าที่พวกเขาให้ความสนใจ คือ เสื้อผ้าและแฟชั่น (66%) ของขวัญ (61%) ของตกแต่งบ้าน (58%) อาหารและเครื่องดื่ม (58%) และเครื่องประดับ (57%)

1 ใน 3 (33%) ของกลุ่มนี้กล่าวว่า พวกเขาต้องการซื้อสินค้าโดยตรงจาก Facebook, 27% ต้องการซื้อผ่าน Instagram, 20% ต้องการซื้อผ่าน Twitter, Pinterest (27%) และ Snapchat (15%)

ส่วนกลุ่มที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป สินค้าที่พวกเขาให้ความสนใจคือ ของขวัญ (36%) เทคโนโลยี (33%), อาหารและเครื่องดื่ม (31%) เสื้อผ้าและแฟชั่น (28%) และการท่องเที่ยว

Source : Marketing Oops!

No Comments

Leave a Comment: