Author:admin

"คนหายหน้าเหมือน"

มูลนิธิกระจกเงา เป็นองค์กรที่ช่วยเหลือเรื่องคนหาย หรือเด็กที่หายออกไปจากอ้อมอกพ่อแม่มาโดยตลอด ระยะหลังมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกที ในส่วนของมูลนิธิเองก็ได้รับความร่วมมือจากหลายๆ หน่วยงาน หรือเซเลบบริตี้หลายท่านช่วยประชาสัมพันธ์ เผยแพร่รูปภาพของบุคคลสูญหายเหล่านั้น แต่ในความเป็นจริง ปัญหาใหญ่ของผู้ที่ได้พบเห็นสื่อต่างๆ ก็คือ “จำหน้าไม่ได้” จึงจนใจ ถึงแม้ว่าอยากจะช่วย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก BBDO Bangkok จึงเข้ามาแก้ไขปัญหานี้ โดยย้อนกลับไปที่ต้นตอแล้วศึกษาพบว่า ตามหลักวิทยาศาสตร์สมองคนเราจะจดจำสิ่งใหม่ได้ดีจากส่ิงที่คุ้นเคย จนเป็นที่มาของแคมเปญ “คนหายหน้าเหมือน” (The Missing Look-Alike) จุดประกายให้ผู้คนจดจำใบหน้าของคนหายได้โดยอาศัยความทรงจำเทียบเคียงกับสิ่งที่คุ้นเคย เช่น ใบหน้าของคนดัง แล้วต่อยอดวิธีคิดนั้นไปสู่หน้าของญาติหรือเพื่อนใกล้ตัว เพื่อให้คนทั่วไปเข้าใจวิธีการจำหน้าคนหายด้วยใบหน้าที่คุ้น จึงยกตัวอย่างด้วยการให้คนดัง มาช่วยตามหาคนหายท่ีหน้าคล้ายตัวเอง โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากดารา มากมาย อาทิ คุณดิลก ทองวัฒนา, คุณมณีรัตน์ คำอ้วน คุณอุ่นเรือน ราโชติ, คุณพิเชษฐ์ เอี่ยมชาวนา (โย่ง เชิญยิ้ม ), คุณนวลนง...

Continue Reading

Facebook ขู่ลงดาบคนที่ใช้ AdBlock ถ้าบล็อคโฆษณา ต่อไปนี้จะไม่เห็นโพสต์ของเพื่อน

AdBlock Plus ผู้ผลิตซอฟต์แวร์บล็อคโฆษณาชื่อดัง กำลังวางมวยแลกหมัดกับ Facebook จ้าวแห่งโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างดุเดือด  ก่อนนี้หลายๆ คนรู้จัก AdBlock Plus จากการเป็นซอฟต์แวร์ตัวช่วย (add-in, หรือ extension) ล็อคโฆษณาเวลาดู Youtube หรือเข้าเว็บต่างๆ ช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาหรือเกะกะสายตากับโฆษณา แต่โฆษณาเหล่านี้ก็เป็นแหล่งรายได้หลักของยูทูบหรือเว็บต่างๆเหล่านั้น ซึ่งก็พยายามปรับระบบโฆษณาไม่ให้ AdBlock หรือซอฟต์แวร์ประเภทนี้ไปกีดกันได้เช่นกัน หรือบางรายก็ใส่ระบบตรวจจับไว้ว่า ถ้าเจอใครที่ใช้  AdBlock เข้ามาล่ะก็ …จะมองไม่เห็นอะไรเลย (ไม่ยอมดูโฆษณา ก็อย่าอ่านอย่าเล่น) และล่าสุดที่ AdBlock Plus ก็ออก “filter” หรือ “ตัวกรอง” ใหม่ ไว้ปิดกั้นโฆษณาบน Facebook สำหรับผู้ใช้ผ่านคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊ค ทางเฟซบุ๊กก็โต้ตอบทันควัน โดยประกาศเปิดตัวระบบ “โฆษณาพิเศษ” สำหรับทุกคนที่ใช้ AdBlock บนคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊ค  หรือเปรียบเป็นมวยก็คือ “ปิดบน ต่อยล่าง ปิดซ้าย...

Continue Reading

Facebook ประกาศปรับวิธีคัดเนื้อหา Trending – เลิกใช้คนคัดและเขียนเนื้อหา ส่งผลทีมงานทั้งหมดถูกให้ออก

Facebook ประกาศเปลี่ยนวิธีการคัดเนื้อหาเพื่อแสดงในแถบ Trending ที่บอกว่าข่าวหรือหัวข้อใดกำลังเป็นที่นิยมในขณะนั้น มีรายละเอียดดังนี้ แสดงเฉพาะหัวข้อเรื่อง และจำนวนคนที่พูดถึงประเด็นดังกล่าวเท่านั้น ไม่มีการใช้คนใส่คำอธิบายเพิ่มเติม (ดูตัวอย่างด้านล่าง) ถ้าต้องการดูรายละเอียด ให้กดเข้าไปที่หัวข้อ จะแสดงลิงก์ที่เป็นต้นทางมากที่สุดในผลเสิร์ช หัวข้อ Trending ที่แสดงเป็นการปรับแต่งส่วนบุคคล โดยใช้ปัจจัย อาทิ ที่ตั้งปัจจุบัน, เพจที่เราติดตาม ฯลฯ วิศวกร Facebook ยังเข้ามาดูแลส่วน Trending บ้าง โดยทำเพื่อตัดเนื้อหาทั่วไปออก เช่น #lunch และรวมหัวข้อที่ชื่อแตกต่าง แต่เป็นเรื่องเดียวกันให้เป็นหัวข้อเดียว ที่ผ่านมาการคัดหัวข้อ Trending กลายเป็นประเด็นอย่างมากสำหรับ Facebook เมื่อมีการออกมาแฉว่าฝ่ายคัดกรองมีความลำเอียง โดยเฉพาะในประเด็นทางการเมือง ซึ่ง Facebook ก็พยายามปรับปรุงในส่วนนี้ จนถึงขั้นมีคลาสปรับทัศนคติ แต่ในที่สุดก็มาถึงแนวทางลดคนในการคัดเนื้อหา แหล่งข่าวรายงานกับ Quartz ว่าทีมบรรณาธิการของส่วนเนื้อหา Trending ที่เป็นพนักงานสัญญาจ้างทั้งหมดของ Facebook ถูกแจ้งให้ออกจากงานทันที หลัง Facebook ประกาศอัลกอริทึมใหม่นี้ Source...

Continue Reading

OmniChannel จัดให้ง่าย ซื้อสะดวก ช้อปที่ไหนก็ได้

  ทุกวันนี้ลูกค้าไม่ได้สนใจว่าจะต้องซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์หรือซื้อตามห้าง หากมีดีลที่ถูกใจ ช้อปสะดวก ในจังหวะที่ใช่ ลูกค้าก็พร้อมที่จะช้อปได้เสมอ ไม่ได้รอว่าต้องไปซื้อถึงร้านค้า หรือกลับไปซื้อทางเว็บไซต์ คำว่า “Omnichannel” อาจไม่มีความหมายกับลูกค้ามากนัก แต่กลับเป็นสิ่งที่แบรนด์และห้างร้านต่างต้องนำมาปรับใช้ให้ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้คนที่ต้องการ ช้อปได้ทุกที่ ทุกเวลา จากทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการช้อปออนไลน์จากหน้าทีวี ในรถไฟฟ้า ในที่ทำงานหรือแม้ขณะกำลังเดินเลือกชมสินค้าในห้าง รวมถึงการช้อปออฟไลน์ที่ศูนย์การค้าหลังจากที่ได้เลือกสินค้านั้นแล้วจากออนไลน์ การช้อปของผู้คนในปัจจุบันจึงยากจะแบ่งขอบเขตว่าเป็นออนไลน์หรือออฟไลน์ได้ชัดเจน แต่กลับถูกขมวดรวมเป็นประสบการณ์การช้อปที่ต้องไม่ขาดช่วงและพร้อมต่อการจับจ่ายในทุกจังหวะ (Omnichannel) ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ระบุมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซของไทย ปี 2558 อยู่ที่ 2.1 ล้านล้านบาท และคาดว่าในปี 2559 อาจสูงถึง 2.2 ล้านบาท ทำให้ห้างร้านและแบรนด์ต่างต้องปรับกลยุทธ์ดิจิทัลให้เก็บเกี่ยวสัดส่วนการขายผ่านดิจิทัลให้มากที่สุด เมื่อซิตี้แบงค์ระบุว่าการชำระเงินและโอนเงินผ่านออนไลน์ของไทยขยายตัวเฉลี่ยปีละ 36% คิดเป็นมูลค่ากว่า 32,000 ล้านบาทจึงกระตุ้นให้ธุรกิจต่างต้องขยายโอกาสสู่ออนไลน์ให้ครอบคลุมที่สุด   ตอบโจทย์ด้วยประสบการณ์ดิจิทัล นางสาวอุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่น  บริษัท มายรัม (ประเทศไทย) จำกัด ได้อธิบายว่า...

Continue Reading