Author:admin

5 สิ่งเกี่ยวกับ Prompt Pay (พร้อมต์เพย์) ที่เราต้องรู้

ผู้เขียน สมชาย งามวรรณกุล 5 สิ่งเกี่ยวกับ Prompt Pay (พร้อมต์เพย์) ที่เราต้องรู้ 1. พร้อมพ์เพย์ ไม่ใช่บัตรเอทีเอ็ม ไม่ใช่บัตรเครดิต ไม่ใช่แอพพลิเคชัน เข้าใช้พร้อมพ์เพย์ไม่มีอะไรให้ติดไม้ติดมือ เป็นเพียงการไปลงทะเบียนเพื่อเชื่อมต่อสามสิ่งนี้รวมกันคือ เลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์มือถือ และบัญชีธนาคาร ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ เราบันทึกเลขโทรศัพท์ของเพื่อนไว้ในโทรศัพท์อยู่แล้ว แต่เวลาจะโอนเงินเราต้องมีเลขบัญชีของเพื่อนอีก บริการใหม่ๆ ของแบงค์จึงมีการผูกสองเบอร์นี้เข้าไว้ด้วยกัน แค่รู้เบอร์เพื่อนก็โอนผ่านเน็ตกันได้แล้ว แต่ค่าโอนก็ยังมีอยู่ เราจึงรู้กันว่า 30% ของรายได้ของธนาคารก็มาจากค่าโอนนี่แหละ ยิ่งโอนผ่านเอทีเอ็มยิ่งโดนเยอะสุด คราวนี้ถ้าภาครัฐจะโอนเงินไปหาประชาชน ก็เลยต้องผูกเลขบัตรประชาชนเข้าไป และความตั้งใจของรัฐก็คือ เลขบัตรประชาชนนี่แหละต่อไปจะกลายเป็นเบอร์ที่ทำธุรกรรมการเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ 2. พร้อมพ์เพย์ มันจะปลอดภัยหรือ? ก่อนอื่นคำว่าปลอดภัยกับความเป็นส่วนตัว หรือ security กับ privacy ต้องแยกกันนะครับ อย่าเอามาปนกัน มันอธิบายคนละอย่าง เรื่องความปลอดภัยนี่ระบบทุกอย่างในโลกไม่มีใครการันตีปลอดภัย 100% แน่นอน ไอ้ที่แน่นอนมันก็มีวันพลาดได้ด้วยเงื่อนไขร้อยแปดพันประการ แต่จากการทำข่าวไอทีภาครัฐมานาน...

Continue Reading

รูปแบบโฆษณาบน YouTube ที่คุณต้องรู้

หลายคนอาจจะสงสัยว่าโซเซียลมีเดีย YouTube จะมีพื้นที่โฆษณาตรงไหนได้บ้าง และบรรดาแบรนด์ต่างๆ จะลงโฆษณาตรงไหนได้บ้าง วันนี้เรามีคำตอบ 1.Display Ad อันนี้เข้าใจกันไม่ยาก นั่นคือการที่โชว์ Banner ขนาด 300×250 pixel ในหน้าต่างๆ ของโซเซียลมีเดียYouTube (เว้นแต่หน้า Homepage) โดยจะปรากฏอยู่ข้างๆ วีดีโอและอยู่เหนือ Suggest Video 2.Overlay in-video ads โฆษณาตัวนี้ก็คล้ายๆ กับตัว Banner แต่เป็นการแสดงซ้อนบนตัววีดีโอไปนั่นเอง 3.TrueView in-streams ad ตัวนี้น่าจะเป็นที่ต้องการของหลายๆ แบรนด์​ (และไม่ค่อยต้องการนักจากคนดูวีดีโอ) พูดง่ายๆ คือการฉายวิดีโอโฆษณา ก่อน / คั่นกลาง / หลัง ตัววิดีโอนั่นเอง โดยคนดูสามารถกดข้ามได้หลังจากดูคลิปโฆษณาดังกล่าวไปแล้ว 5 วินาที ข้อดีอย่างหนึ่งของตัว TrueView in-stream ad คือจะคิดเงินผู้ลงโฆษณาต่อเมื่อคนดูโฆษณาดังกล่าวเกิน...

Continue Reading

6 วิธี เพิ่มการแชร์ในโซเชียลมีเดีย

สิ่งที่เราโพสต์ลงไปใน โซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอ ล้วนต้องการการแชร์ต่อเพื่อกระจายโพสต์นั้นในโซเชียลมีเดีย และเพื่อเป็นช่องทางในการทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ขยองเรามากยิ่งขึ้น แต่การจะทำอย่างนั้นได้ ต้องเริ่มจากการเพิ่มยอดจำนวนการแชร์โพสต์ก่อน โดยมี Tips ง่ายๆ ดังนี้     1.เลือกหัวข้อที่กำลัวเป็นที่นิยม หรือมีผู้คนค้นหาเป็นจำนวนมาก เพราะโพสต์ของเรา ก็จะเป็นที่นิยมเช่นกัน และถ้าโพสต์ของเราดี มีประโยชน์ ก็ตะได้รับการแชร์ต่อ 2.ทำให้การแชร์เป็นเรื่องง่าย ในกรณีที่เป็นบล็อค คุณอาจจะทำกล่องข้อความสำหรับการแชร์โดยเฉพาะ ทำให้การกดแชร์เป็นเรื่องง่าย ภายในไม่กี่คลิก แล้วโพสต์ของคุณก็จะถูกแชร์โดยไม่ยาก 3.พาดหัวให้น่าสนใจ คล้ายๆกับการพาดหัวข่าว แต่นี่เป็นการพาดหัวบความหรือโพสต์ของเรา ต้องเป็นข้อความที่สามารถสะกดผู้อ่านได้อย่างอยู่หมัด ประมาณว่าอ่านแค่นี้ไม่พอ จะต้องกดอ่านต่ออย่างแน่นอน เรื่องราวมันช่างน่าสนใจเหลือเกิน เพราะการเรื่มต้นดี มีชัยไปกว่าครึ่ง ถ้าปูพื้นมาดี ใครๆ ก็อยากอ่าน 4.ใช้ตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ ( ในกรณีที่เป็นภาษาอังกฤษ ) หรือเน้นตัวอักษรหนา ตรงจุดที่ต้องการเน้นความสนใจ เมื่อผู้อ่านเห็นเช่นนี้ ก็จะให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ เพราะการใช้ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ หรือการให้ตักักษรหนา จะทำให้ข้อความนั้นๆ...

Continue Reading

ข้อมูลจาก Facebook : ทุกวันนี้คนกำลังมองหาอะไรใน Facebook และ Instagram

เพราะแพลตฟอร์มในโซเชียลมีหลากหลายทางเลือก และแต่ละอย่างก็ทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่แต่ละธุรกิจต้องรู้ว่าจะเข้าหาลูกค้าผ่านแต่ละแพลตฟอร์มได้อย่างไร ล่าสุด Facebook เองได้ทำแบบสอบถามกับผู้ที่ใช้ทั้ง Facebook และ Instagram อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง เกือบ 8,000 คนจากประเทศออสเตรเลีย บราซิล ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อังกฤษ และอเมริกา ที่มีอายุระหว่าง 18-64 ปี เพื่อดูว่าแต่ละคนใช้แต่ละแพลตฟอร์มเพื่ออะไร และใช้มันอย่างไร และนี่คือสรุปเฉพาะประเด็นที่สำคัญจากทีม IQ จาก Facebook ความคิด Vs จินตนาการ เมื่อเทียบสองแพลตฟอร์มแล้ว Facebook จะตอบสนองคนที่ต้องการแสดงความเป็นตัวเอง เป็นที่จดจำ และเพื่อเชื่อมโยงกับคนอื่นๆ ในขณะที่ Instagram จะตอบสนองในแง่ความสนุก การพักผ่อน และการค้นคว้า ใน Instagram ผู้ใช้มักจะ follow คนดัง ตามงาน DIY และสอดส่องสถานที่หรืออะไรใหม่ๆ แต่ถ้าเป็น Facebook หลักๆ...

Continue Reading

‘มาสเตอร์การ์ด’ รื้อโลโก้ครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี เตรียมรับศึกยุค Digital

“MasterCard” เปิดตัวโลโก้ใหม่ และ Brand Identity ใหม่ในรอบ 20 ปี ซึ่งออกแบบโดยบริษัทPentagram ซึ่งลักษณะของโลโก้ใหม่มีกลิ่นอายของเดิม คือ วงกลมสีแดงและสีเหลืองที่เชื่อมโยงกันอยู่ ในขณะที่ตัวอักษร มีการออกแบบใหม่จาก “MasterCard” ปรับเป็น “mastercard” และจากเดิมที่ตัวอักษรอยู่ในวงกลม ได้ย้ายไปอยู่ข้างนอกใต้วงกลม โดยโลโก้ใหม่นี้ จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ “โลโก้  MasterCard เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากผู้คนทั่วโลก โดยปัจจุบันลัญลักษณ์ MasterCard ปรากฏอยู่บนบัตร 2.2 พันล้านใบ ขณะเดียวกันมีหลายสิบล้านร้านค้าทั่วโลกที่รับชำระค่าสินค้าและบริการด้วยบัตรที่มีโลโก้ MasterCard ดังนั้นการปรับโฉมโลโก้ใหม่ครั้งนี้ เรายังคงรักษาองค์ประกอบหลักของโลโก้ ซึ่งถือเป็น Brand Identity ของเรา นั่นคือ วงกลมสองวง ทั้งสีแดงและสีเหลือง และชื่อแบรนด์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ผู้บริโภคจดจำเราได้”  Raja Rajamannar, CMO MasterCard ให้สัมภาษณ์กับ Adweek ความน่าสนใจของโลโก้โฉมใหม่ คือ...

Continue Reading

แบรนด์และนักโฆษณาต้องปรับตัวอย่างไรเมื่อ Google ตัดการแสดงผลโฆษณาด้านขวามือ

  สดๆ ร้อนๆ กับการประกาศอย่างเป็นทางการจาก Google ที่หลายคนคงทราบแล้วว่า การแสดงผลโฆษณาด้านขวามือในหน้า Search Result นั้นได้ถูกยกเลิกไปแล้วในทุกภาษา แต่จะมีการเพิ่มการแสดงด้านบนของผลลัพท์ปกติจาก 3 เป็น 4 results ตามภาพในประเทศไทยเองการแสดงผลก็ได้ถูกปรับไปเรียบร้อยแล้วสำหรับ keyword บางกลุ่ม เท่าที่ทดลองดูส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่ม keyword ด้าน e-commerce สำหรับ keyword บางคำอาจจะยังเห็นการแสดงผลแบบเดิมอยู่ Google Search Ads นั้นสำหรับผมถือเป็นสื่อโฆษณาที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่มีมาของ Google โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแบรนด์สินค้าและเว็บไซต์ e-commerce ทั้งหมด การปรับครั้งนี้กับ Key Product นั้นต้องผ่านการคิดมาแล้วอย่างมากซึ่งในฐานะคนซื้อโฆษณาและเจ้าของแบรนด์นั้นมีข้อดีข้อเสียอย่างไร และมีอะไรที่ควรต้องปรับตัวบ้าง? “QUALITY” เท่านั้นคือคำตอบ ซึ่งผมขอแบ่งเป็นสองส่วนใหญ่ๆ นั่นก็คือ Quality Score Quality of Content หลายคนที่รู้จัก Google มานานคงพอทราบว่า Google ให้ความสำคัญกับ User...

Continue Reading

6 วิธีวัดผลเพื่อพัฒนา Facebook Ads (VDO)

[video width="1920" height="1080" mp4="http://triple9.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Robot-58-Cr..mp4"][/video] สำหรับธุรกิจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ทั้งเพิ่งเปิดตัวไม่นานหรือขยายฐานธุรกิจมาอย่างยาวนานจนเป็นที่รู้จักและมั่นคง คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่ธุรกิจของเราสามารถเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางนั้นมาจากโฆษณาที่เราปล่อยออกไปนั่นเอง เรียกได้ว่าถ้าโฆษณาตอบโจทย์และสร้างสรรค์ ก็เรียกความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายได้ไม่ยาก ยิ่งธุรกิจออนไลน์กำลังมาแรง โฆษณาบนสื่อโซเชียลมีเดียโดยเฉพาะบนโซเชียลมีเดีย เฟสบุ๊คก็ยิ่งคุ้มค่าที่จะลงเพราะผู้ใช้สื่อออนไลน์ก็มีอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ว่าเราจะสังเกตจากอะไรเพื่อให้เราสามารถพัฒนาโฆษณาให้ดีขึ้นกันล่ะ มาดูวิธีการวัดผลโฆษณาทั้ง 6 วิธีกันเลย 1.วัดความสนใจจากผล CTR CTR หรืออัตราการคลิก เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดยอดนิยมสำหรับนักโฆษณา ที่เน้นด้านการเข้าถึงโฆษณาโซเชียลมีเดีย เฟสบุ๊ค เพราะค่านี้จะแสดงทั้งจำนวนการแสดงผลและจำนวนคลิกที่ได้รับ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความสนใจในโฆษณาของเราของผู้ที่รับชม ถ้าโฆษณาของเราเป็นที่สนใจมาก ค่า CTR ก็จะเพิ่มตาม แต่นั่นขึ้นอยู่กับว่าโฆษณาของโซเชียลมีเดีย เฟสบุ๊คเราตรงกับกลุ่มเป้าหมายและสินค้าของเราดีจริงหรือไม่ 2.ประเมิณค่าใช้จ่ายรวมจาก CPM บางครั้งโฆษณาของเราก็ไม่ได้รับความสนใจมากนัก ทำให้นักโฆษณาต้องลองหลาย ๆ วิธี เช่น การเปลี่ยนคำที่ใช้โฆษณาโซเชียลมีเดีย เฟสบุ๊ค ใช้รูปใหม่ หรือเลือกใช้ตัวเลือกอื่น ๆ ในการกำหนดเป้าหมาย แต่บางครั้งสาเหตุก็อาจจะมาจากปัจจัยภายนอกได้เช่นกัน เช่นถ้าเราจ่ายเงินเพื่อเพิ่มการเข้าถึง การดูที่ผล CPM (cost per...

Continue Reading

เมื่อ Consumer ยุคนี้เบื่อ digital จึงหันไป Digital Detox แบรนด์จะจับโอกาสนี้อย่างไร

เคยไหมที่รู้สึกเหนื่อยมากในการตามเทรนด์ Digital ต่างๆ หรือรู้สึก Overload ในข่าวสารต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใน Digital ที่แชร์ผ่านกันมา ไม่รวมเรื่องราวที่ทำให้หดหู่ใจ หลาย ๆ คนยอมที่จะหยุดเสพข่าวสารต่าง ๆ ออกไปจนเกิดเทรนด์ที่เรียกว่า Joy of missing out หรือ JOMO แบบที่ Mark Zuckerberg เป็น ซึ่งนี้เองทำให้เกิดเทรนด์ที่มาของในยุคนี้ที่เรียกว่า Digital Detox จากรายงานของ JWT Intelligence ระบุว่าในยุคที่แบรนด์หลาย ๆ แบรนด์นั้นใช้ Big Data อย่างมากนี้ ซึ่งในความรู้สึกของผู้บริโภคนั้นกลายเป็นว่าไม่มีความลับอะไรที่แบรนด์นั้นจะไม่รู้ และสิ่งนี้เป็นตัวเร่งที่ทำให้ผู้บริโภคนั้นอยากหลีกหนีจาก Digital อีกด้วย ทั้งนี้ด้วยพลังของ Digital นี้เองทำให้ผู้บริโภคนั้นกำลังเผชิญทางเลือก 2...

Continue Reading

5 นิสัย ของนักการตลาดที่ทำให้ Content Marketing ประสบความสำเร็จ

จากการรวบรวมข้อมูลของเว็บไซต์ neilpatel.com ที่ได้สำรวจความคิดเห็นของนักการตลาดในปี 2014 พบว่า 9% ของนักการตลาดแบบ B2B เผยว่า Content Marketing ของพวกเขาประสบความสำเร็จ ในขณะที่ 41% บอกว่า คอนเทนต์ของพวกเขายังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้คอนเทนต์ไม่ประสบความสำเร็จอาจไม่ใช่เหตุผลอื่นไกลแต่เป็นอุปนิสัย และทัศนคติส่วนบุคคลก็เป็น มาดูกันว่า 5 นิสัยของนักการตลาดแบบไหนที่จะทำให้ Content Marketing ประสบความสำเร็จ มีเอกสาร และจดทุกอย่าง นี่อาจเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่มีผลสำรวจระบุว่า 66% ของนักการตลาดที่ใช้เอกสารในการประชุมหรือวางแผน สามารถผลิตคอนเทนต์ให้ประสบความสำเร็จได้ นอกจากนี้ การจดทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นความคิดหรือไอเดีย จะช่วยให้คุณรวบรวมไอเดียที่เป็นประโยชน์ได้ในทุกช่วงเวลา รวมถึงการเขียนบล็อกก็เช่นกัน จับกระแส และความเคลื่อนไหวของแวดวงที่ตัวเองทำงานอยู่ ถ้าคุณอยู่ในธุรกิจประเภทใดก็ตาม พยายามติดตามข่าวสารความ อัปเดตเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทางที่ดีควรรู้ล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งก้าว เพื่อความได้เปรียบในการทำงาน สานสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ในความเป็นจริง คุณไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ การสร้างความสัมพันธ์ และการพบปะกับคนใหม่ๆ...

Continue Reading

เมื่อผู้บริโภคไม่ติดแบรนด์ ได้เวลา “Local Brand” วิ่งแซงหน้า “Global Brand”

ปรากฏการณ์หนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตลาดสินค้าอุปโภค-บริโภค (Fast Moving Consumer Goods : FMCG) ทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ Emerging Market เช่น จีน อินเดีย อินโดนีเซีย และไทย คือ สินค้า Local Brand มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเวลานี้ในหลายประเทศมีสัดส่วนตลาดที่มากกว่าGlobal Brand ไปแล้ว เห็นได้จากผลวิจัยของ กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล ฉายภาพสัดส่วนตลาดระหว่าง Global Brand และ Local Brand โดยรวมทั่วโลก พบว่าทิศทางของ Global Brand มีแนวโน้มลดลงทุกปี อย่างในปี 2013 อยู่ที่ 56% ปีต่อมาอยู่ที่ 55% และปี 2015...

Continue Reading