Blogs

ริเริ่ม สร้างสรรค์ ธุรกิจ StartUP (5/5)

ไอเดียเริ่มทำธุรกิจ Start Up ด้วยตนเอง การเริ่มต้นมีธุรกิจเป็นของตนเอง เป็นสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่ข้อจำกัดในด้านเงินลงทุนที่มีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้เกิดการกู้ยืมจนเกิดเป็นหนี้สิน แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีอีกหลายธุรกิจที่เริ่มลงทุนด้วยเงินเพียงไม่กี่บาทได้ สิ่งที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้เป็นธุรกิจที่สามารถทำได้ง่ายโดยใช้เงินลงทุนแค่หลักพัน เพราะไม่จำเป็นต้องมีพนักงาน มีออฟฟิศ ก็สามารถเริ่มธุรกิจได้ง่ายๆ และช่วยต่อยอดธุรกิจในอนาคตได้ 1.ฟรีแลนซ์ เริ่มจากค้นหาทักษะของตนเอง และทำการฝึกฝน เริ่มรับจ้างทำงานต่างๆตามที่ถนัด จริงอยู่ที่ฟรีแลนซ์มีลักษณะคล้ายงานประจำ แต่มีอิสระในการเลือกงานและกำหนดระยะเวลาในการทำได้ ทำให้มีลักษณะคล้ายกับผู้ประกอบการเพราะต้องวางแผนและกำหนดการต่างๆ อีกทั้งในหลายบริษัทยังรับอาชีพนี้เข้ามาทำงานบริษัทแบบชั่วคราวด้วย 2.ขายของในอีเบย์ Ebay เป็นตลาดขายสินค้าที่น่าสนใจ มีการเข้าถึงลูกค้าจากทั่วโลก และมีหมวดหมู่สินค้าชัดเจน ทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ง่าย โดยเสาะหาสินค้าที่กำลังนิยมมาขาย หรืออาจจะรับเป็นนายหน้าขายของใน Ebay ให้กับคนอื่นๆ ที่มีของอยากจะขาย 3.ติวเตอร์ เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่เป็นที่แพร่หลายในปัจจุบัน เพราะไม่ต้องลงทุนอะไรมาก แค่อาศัยความรู้ที่ตัวเองมีความถนัดและที่สำคัญธุรกิจติวเตอร์นี้มักจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากกับประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ค่อนข้างแย่ แต่มีการแข่งขันที่สูง 4.การหาเงินด้วยโฆษณาบนเว็บ มีเว็บ Content อีกมากมายที่อยู่ได้ด้วยค่าโฆษณาจากแบรนด์อื่นๆ หาไอเดียของเว็บคอนเทนท์ว่าควรออกมาเป็นอย่างไร และออกมาในรูปแบบไหนจึงจะตรงกับความต้องการของคนทั่วไป พยายามรักษาปริมาณของผู้เข้าชมเอาไว้ในระดับที่พอใจ จากนั้นค่อยลองติดต่อหาแบรนด์ที่สนใจจะลงโฆษณามาตกลงเรื่องราคา 5.คิดค้น Application ใหม่ๆ การปรับไอเดียเป็น Application...

Continue Reading

ริเริ่ม สร้างสรรค์ ธุรกิจ StartUP (4/5)

สิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อม ก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจของตนเอง ใครๆก็อยากที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง อาจเป็นเพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เด็กรุ่นใหม่เริ่มที่จะมีอิสระทางความคิด หรือหลายคนอาจเบื่องานประจำ ไม่อยากเป็นลูกค้าจ้างใคร แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ยังมีคุณสมับติอีกมากมายในการเริ่มต้นทำธุรกิจ เมื่อขาดคุณสมบัติไปแล้วอาจทำให้ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จได้ โดยผู้ที่ต้องการเริ่มต้นทำธุรกิจควรมี 4 ข้อเบื้องต้น ดังนี้ 1.คิดอยู่เสมอว่าเริ่มต้นทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย มีหลายธุรกิจที่ยังไม่พร้อมรับความเสี่ยงทำให้ล้มเหลวมานับไม่ถ้วนผู้ประกอบการใหม่มักคิดว่าการทำธุรกิจมีแต่สิ่งดีๆเข้ามา แต่ในความเป็นจริงแล้ว ต้องคิดหาไอเดียใหม่ๆอยู่ตลอดที่แตกต่างจากผู้ประกอบการายอื่นๆ จนไปถึงการวางแผนธุรกิจให้รัดกุมในทุกๆ ด้าน เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดในอนาคตทั้งปัจจัยจากภายนอก และภายในเอง 2.แผนธุรกิจที่เราวางไว้นั้นจะต้องมีความรอบคอบรัดกุม เพราะหลายรายเริ่มธุรกิจแล้วไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้  ไม่ว่าจะเป็นยอดขายที่ไม่ถึงเป้า การทำการตลาดที่ไม่ประสบผลสำเร็จ และยังไม่รวมไปถึงการที่ลูกค้าจ่ายเงินไม่ตรงเวลาอีก จนมีน้อยธุรกิจนักที่จะสามารถดำเนินไปได้ตามแผนที่วางไว้ได้ตั้งแต่ต้น ซึ่งแผนธุรกิจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน 3.ไม่ได้คืนกำไรไวอย่างที่คิด ถ้าธุรกิจเราไม่ได้มีความแตกต่างและเป็นที่ต้องการของผู้คนพอ ทำให้ธุรกิจส่วนมากนั้นมักต้องใช้เวลามากกว่าปกติกว่าที่จะคืนทุนจนได้ผลกำไรตามที่คิดเอาไว้ หลายธุรกิจไม่เห็นผลกำไรขึ้นมาสักทีจึงตัดสินใจปิดตัวลงไปอย่างน่าเสียดาย ทางผู้ประกอบการจึงควรเตรียมเงินทุนสำรองไว้เสมอเพื่อคอยสนับสนุนธุรกิจจนกว่าจะเห็นผลกำไร 4.ให้ความสำคัญกับงานขาย ทุกคนในองค์กรก็ต้องมีความสามารถในการขายให้เป็น ผู้ประกอบการต้องออกไปพบลูกค้าด้วยตนเอง ทำให้ผู้ประกอบการควรต้องเตรียมตัวพร้อมอยู่เสมอสำหรับการขาย ซึ่งอาจเริ่มต้นฝึกฝนจากคอร์สสั้นๆ หรือศึกษาจากบุคคลตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จแล้วนำมาปรับใช้กับธุรกิจของตนเอง Source : letsdoitsf.org...

Continue Reading

“ต้องอยู่บนเฟซบุ๊กสถานเดียว” มาตรการใหม่ห้ามใส่ลิงก์ในคลิปวิดีโอ

หลายคนที่ใช้บริการเฟซบุ๊ก (Facebook) โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ในการติดตามข่าวสารคงเริ่มสังเกตได้ในระยะหลังๆ ว่า เมื่อคลิกเข้าไปในลิงก์ที่สนใจที่มีการแชร์กันบนหน้า Feed จะสามารถอ่านเนื้อหาของเพจหรือชมคลิปนั้นๆ ได้เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถคลิกลิงก์อื่นๆ ได้อีก  เหตุที่เป็นเช่นนั้น บีบีซีนิวส์ได้มีการรายงานแล้วว่า เฟซบุ๊กได้ยกเลิกความสามารถในการฝังลิงก์ลงในคลิป หรือคอนเทนต์ที่เผยแพร่บนเฟซบุ๊ก เพื่อควบคุมให้ผู้ใช้งานอยู่บนแพลตฟอร์มของเฟซบุ๊กแต่เพียงสถานเดียว ซึ่งความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนำมาซึ่งความวิตกกังวลว่า เฟซบุ๊กจะเข้าครอบงำการรับข้อมูลข่าวสารของผู้ใช้บริการกว่า 1.5 พันล้านคนด้วยนั่นเอง โดยที่ผ่านมา มีตัวเลขว่า กลุ่มวัยรุ่น และคนยุคใหม่ติดตามข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก ยูทูป และทวิตเตอร์มากกว่าสื่ออย่างทีวีไปแล้ว ซึ่งตัวเลขการใช้งานเฟซบุ๊กยังสูงมากหากเจาะเฉพาะกลุ่มที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปีด้วย โดยบีบีซี ระบุว่า ได้สังเกตุพบว่า ฟังก์ชัน CTA (Call to Action) ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ผู้ผลิตคอนเทนต์นิยมใช้เพื่อฝังลิงก์ลงในคลิปที่เผยแพร่บนเฟซบุ๊กนั้น ใช้การไม่ได้ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมาแล้ว แต่เพิ่งได้รับการยืนยันว่า นั่นไม่ใช่บั๊กก็หลังจากนั้น 12 วันถัดมา ทั้งนี้ ผู้ผลิตคลิปที่ต้องการอัปโหลดวิดีโอขึ้นบนเฟซบุ๊กยังสามารถใส่ลิงก์เพื่อเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ของตนเองได้ แต่ต้องโพสต์ลงในกล่องข้อความที่ปรากฏอยู่ด้านล่างของคลิป...

Continue Reading

ริเริ่ม สร้างสรรค์ ธุรกิจ Start Up (3/5)

จะเริ่มธุรกิจ Startup ได้นั้น ต้องมีไอเดีย และความคิดสร้างสรรค์ ในช่วง 2-3 ปีหลังผู้คนส่วนมากตัดสินใจลาออกจากบริษัทออกมาทำธุรกิจเป็นของตัวเอง เริ่มจากการลงทุนเพียงน้อยนิด โดยเราเรียกธุรกิจช่วงเริ่มต้นแบบนี้ว่า Startup ซึ่งถูกใช้ในวงการของไอทีมาซักระยะแล้ว การเริ่มธุรกิจ Startup นิยมมาก โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ยกตัวอย่างเช่นผู้ที่เริ่มต้นธุรกิจจากกิจการเล็กๆจนขยายเป็นธุรกิจใหญ่โตในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่สนใจเริ่มทำธุรกิจแบบ Startup นั้น ต้องมีไอเดียที่น่าสนใจ สามารถสร้างอะไรใหม่ๆขึ้นมาได้ สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลง ช่วยทำให้เกิดความสะดวกสบายแก่ผู้อื่น ยกตัวอย่างเช่น Amazon, Facebook, Google ที่มีการพัฒนาจนผู้คนเกิดความสนใจ สิ่งสำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นทีมงาน หลายธุรกิจเติบโตหรือล่มสลายลงเพราะเรื่องคนเป็นหลัก อาจจะอยู่ในรูปแบบของเพื่อนหรือคนที่คุ้นเคย หรือการแนะนำจากคนในวงการ การคัดเลือกคนมาร่วมในทีมเดียวกันเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการที่มีคนมีความสามารถหลากหลาย มีเครือข่ายของแต่ละคนมาเชื่อมและบูรณาการเข้าด้วยกัน จะสามารถสร้างพลังในการพัฒนาองค์กรของตนเองได้อย่างมาก เมื่อมีไอเดียแล้ว เราต้องมาดูก่อนว่าไอเดียของเราตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคหรือไม่ การทดสอบทำได้ง่ายๆเนื่องจากเทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถวัดผล และวิเคราะห์แผนการตลาดได้อย่างรวดเร็ว แถมยังลงทุนต่ำอีกด้วย ความหมายจริงๆของ Startup ก็คือ SME นั่นเอง เพียงแต่สิ่งแตกต่าง นั่นคือเรื่อง “ทุน”...

Continue Reading

12 วิธีสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าผ่านหน้า Facebook Page

ปัจจุบันแทบทุกแบรนด์หันมาเอาใจใส่เรื่องการดูแล Facebook Page กันมากขึ้น เนื่องจากเป็นที่ที่สามารถกระจายข่าวสารได้อย่างรวดเร็วและตรงกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้า ดังนั้นแล้วการดูแลในด้านข้อมูลและอื่นๆ เพื่อให้ลูกค้าหรือคนที่เข้ามาติดตามหรือกด Like ได้ติดตาม จึงเป็นสิ่งที่สำคัญและค่อนข้างละเอียดอ่อนอย่างมาก เลยเป็นที่มาของบทความที่จะบอก 12 วิธีที่จะสร้างหรือก่อให้มีการมีส่วนร่วมบนหน้า Facebook Page สำหรับผู้ดูแลเพื่อที่จะให้ผู้ดูแลหน้าเพจสามารถทำให้แบรนด์ได้รับประโยชน์ในการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้มากขึ้นและลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุด 1. สร้างข้อความบน Timeline ให้ดึงดูดใจ ข้อความที่เรื่อยๆ เฉยๆ บน Facebook Timeline ถ้าได้อ่าน ก็คงจะทำได้แค่ผ่านๆ ตา และตกไปในที่สุด ดังนั้นผู้ดูแลควรจะทำให้หน้า Facebook Page ของคุณมีข้อความที่น่าสนใจและตื่นตาตื่นใจให้กับผู้อ่าน เช่น ข้อความที่เกี่ยวกับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น หรือที่แบรนด์เข้าไปมีส่วนร่วม หรืองานที่เราไปเป็นเจ้าของงาน หรือจะเป็นในรูปแบบคลิปวิดิโอ และที่สำคัญคือ จะต้องมีข้อมูลของผลิตภัณฑ์และบริการของแบรนด์เรา โดยให้แบบเจาะลึก ที่สามารถหาอ่านได้จากที่นี่ที่เดียว 2. ใหม่ สด เสมอ 3 คำนี้ไม่ใช่จะมาขายนมข้นหวานยี่ห้อหนึ่งแต่อย่างใด แต่ต้องการจะสื่อว่า...

Continue Reading

รับกระแสบอลยูโร 2016 แอพฯ Messenger ชวนผู้ใช้มาเดาะบอล

หากใครยังจำได้ ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Facebook ได้เปิดตัวเกมลับบนแอพฯ Messenger ที่ใช้อิโมจิรูปลูกบาสเก็ตบอล ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ใช้อย่างมา ล่าสุด Facebook ได้ต้อนรับกระแสบอลยูโร #Euro2016 ด้วยการเปิดให้ผู้ใช้เดาะบอลผ่านแอพฯ Messenge เป็นมินิเกมฟุตบอล ที่ซ่อนอยู่ในอิโมจิรูปลูกฟุตบอล วิธีการใช้งานก็ไม่ยาก เพียงอัปเดทแอพฯ Messenge ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด แล้วเลือกอิโมจิรูปลูกฟุตบอล ⚽ เพื่อส่งให้เพื่อน เท่านี้ก็สามารถเดาะบอลได้แล้ว ซึ่งหากเดาะได้ครบ 10 คะแนน เลเวลความยากจะเพิ่มขึ้นอีกระดับ ฟีเจอร์ดังกล่าว ใช้งานได้ทั้ง Android และ iOS Source : Marketing Oops!...

Continue Reading

วิจัยพบวัยรุ่นเปลี่ยนพฤติกรรม รับข่าวผ่านโซเชียลมีเดียแทนทีวี

ในขณะที่บ้านเรากำลังหาทางรอดให้กับทีวีดิจิทัลหลายสิบช่อง ทว่าในต่างประเทศ การรับชมรายการทีวีในกลุ่มผู้บริโภค โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นกำลังเสื่อมความนิยมลงอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มวัยรุ่นที่อายุระหว่าง 18 – 24 ปีหันไปบริโภคสื่อจากโซเชียลมีเดียกันแล้วเป็นส่วนใหญ่ คิดเป็น 28 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่การรับสื่อจากทีวีธรรมดา อยู่ที่ 24 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ตัวเลขข้างต้นมาจากการทำสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีกลุ่มตัวอย่างมากถึง 50,000 คนจาก 26 ประเทศที่จัดทำโดย YouGov (ได้แก่ นอร์เวย์ โปแลนด์ สวีเดน อิตาลี เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย สเปน สหรัฐอเมริกา ไอร์แลนด์ โปรตุเกส แคนาดา เยอรมนี ฮังการี สาธารณรัฐเชค ออสเตรีย กรีซ และอังกฤษ)...

Continue Reading

ริเริ่ม สร้างสรรค์ ธุรกิจ Start Up (2/5)

การประชาสัมพันธ์ สำหรับธุรกิจ Startup จำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆเหล่านี้ การทำธุรกิจ เปรียบเสมือนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ เพราะทุกธุรกิจ เมื่อเริ่มต้นแล้ว ต้องมีการจ้างงาน ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ก่อให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ และนำมาซึ่งการแข่งขันกันในตลาดมากยิ่งขึ้น แต่สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ที่อายุยังน้อย การเริ่มต้นธุรกิจก็ไม่ใช่เรื่องง่ายซะทีเดียว เนื่องจากทุกวันนี้มีแบรนด์และสินค้าต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย การที่จะทำให้แบรนด์ของเราเป็นที่ยอมรับ เป็นที่สนใจของบรรดาสื่อและเป็นที่จดจำในตลาดนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน ดังนั้น การที่จะกลายเป็นที่รู้จักก็อาจต้องใช้เวลาค่อนข้างยาวนาน เพื่อไม่ให้แบรนด์ถูกมองข้ามไป การประชาสัมพันธ์ (PR) ที่จะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้ ประกอบไปด้วย – มีความพร้อม โดยต้องเตรียมพร้อมในสถานการณ์ที่ ผลิตภัณฑ์ให้พร้อม เพื่อความมั่นใจในการทำธุรกิจ จะต้องเตรียมพร้อมสำหรับแผนการประชาสัมพันธ์ในทุกๆ ด้าน – สร้างตัวตนหรือแบรนด์ขึ้นมา เพราะนี่คือสิ่งสำคัญ – แบ่งปันเรื่องราว โดยการต้องถ่ายทอดเรื่องราวการทำธุรกิจ หรือบรรยายที่มาของผลิตภัณฑ์ให้บุคคลภายนอกได้รับรู้ เพราะวิธีนี้นอกจากจะให้เราได้เริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและคนอื่นๆ แล้ว ยังช่วยสร้างการจดจำให้กับพวกเขาได้ด้วย – CEO หรือผู้บริหาร เข้าถึงได้ง่าย CEO หรือผู้ก่อตั้ง คือกระบอกเสียงที่มีบทบาทในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ บุคคลคนนั้นจึงต้องเข้าถึงได้ง่าย...

Continue Reading

อะไรคือ Dark Post ดียังไง และทำไมคนทำ Social Media ต้องรู้

การสื่อสารทางการตลาดนั้น ทุก ๆ การสื่อสารนั้นย่อมต้องมีวัตถุประสงค์ว่าจะสื่อสารอะไรกับใคร ทำให้สินค้าที่มีกลุ่มเป้าหมายหรือผู้ใช้ที่กว้างมากนั้น การสร้าง Message ที่ตรงกับความต้องการหรือ insight ที่กลุ่มเป้าหมายนั้นคิดนั้นจึงเป็นสิ่งที่ทำเป็นประจำ ยิ่งเป็นแบรนด์ที่มีสินค้าหลากหลาย สินค้าแต่ละแบบก็มีกลุ่มผู้ใช้ที่แตกต่างกัน การนำเสนอสินค้านั้นเราจึงไม่อยากพูดให้คนทุกคนที่เข้ามาซื้อของกับแบรนด์นั้นรับรู้สินค้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเองมากเท่าไหร่ การสร้างการสื่อสารทางการตลาดที่แตกไปตามกลุ่มความสนใจหรือเลือกสื่อที่ตรงกับความสนใจของแต่ละกลุ่มนั้นจึงเป็นสิ่งที่ Traditional Media นั้นทำมานาน แต่ในทาง Social ละ ถ้าเราไม่ได้ซื้อ Ads เพื่อ Target คน จะทำยังไงให้โพสของเราเห็นเฉพาะกลุ่มที่เราต้องการเท่านั้น นี้คือที่มาของการทำ Dark Post ในโลกของการทำ Digital   การใช้ Social Media นั้นนับว่าเป็นเครื่องมือหนึ่งของนักการตลาดในยุคนี้ ซึ่งกลวิธีการใช้งานด้าน Social Media นั้นมีวิธีการที่หลากหลาย แต่วัตถุประสงค์ส่วนใหญ่คือการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ แต่ในบางครั้งนักการตลาดไม่อยากจะสื่อสารเรื่องเดิม ๆ กับกลุ่มคนเดิม แต่อยากสื่อสารเพื่อขยายตลาดออกไป และไม่อยากให้สิ่งที่ตัวเองสื่อสารนั้นถูกเห็นจากแฟนตัวเอง ซึ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่มาของการทำกลวิธีที่เรียกว่า...

Continue Reading