Blogs

5 ปัจจัย ทำให้คนไม่เข้าเว็บไซต์คุณ

  1.ไม่รู้จักเว็บไซต์  คนทั่วไปอาจไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินชื่อเว็บไซต์ของคุณ ทำให้ไม่สามารถเข้ามาที่เว็บไซต์ เมื่อต้องการซื้อสินค้าหรือบริการลักษณะเช่นเดียวกับที่คุณมีขาย วิธีแก้ไข : หาทางประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ของคุณให้คนอื่นๆ รู้จักมากขึ้น ให้พวกเขาสามารถจดจำชื่อเว็บไซต์ของคุณให้ได้ เช่น ทำการตลาดเสิร์ชเอ็นจิ้น การตลาดผ่านอีเมล การลงโฆษณา ประชาสัมพันธ์ในสื่ออื่นๆ 2.จำชื่อเว็บไซต์ไม่ได้  ชื่อเว็บไซต์ที่จำยาก พิมพ์ยาก หรือสะกดยาก จะทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์จำไม่ได้ หรือต้องค้นหาเว็บไซต์เมื่อต้องเข้าชมสินค้าอีกครั้ง สิ่งนี้อาจเป็นสาเหตุให้คนไม่เข้าเว็บไซต์ก็ได้ วิธีแก้ไข : ตั้งชื่อเว็บไซต์ที่จดจำง่าย สร้างความแตกต่างและน่าสนใจให้กับข้อมูลในเว็บไซต์ของคุณ 3.เว็บไซต์ไม่นาสนใจ  ลูกค้าบางคนอาจเคยเข้าเว็บไซต์ของคุณแล้วพบว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ หรือมีข้อมูลที่ไม่ตรงกับความต้องการ วิธีแก้ไข : หาข้อมูลที่น่าสนใจมาใส่ไว้ในเว็บไซต์ให้พอดี เพื่อดึงดูดให้คนกลับมาอย่างต่อเนื่อง 4.เว็บไซต์ไม่อัพเดต  บางเว็บไซต์ไม่มีการอัพเดตข้อมูลเลยตั้งแต่เปิดบริการ ทำให้ไม่น่าเชื่อถือ ลูกค้าจึงไม่มีความมั่นใจและไม่อยากเข้าชมเว็บไซต์อีกต่อไป วิธีแก้ไข :เพิ่มข้อมูลใหม่ๆ ลงในเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง ส่วนเจ้าของธุรกิจออนไลน์บางคนที่เพิ่มข้อมูลในเว็บไซตืตัวเองไม่ได้ เพราะจ้างเว็บมาสเตอร์หรือบริษัทรับจ้างทำเว็บไซต์ แนะนำให้ใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปที่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อมูลได้ด้วยตัวเอง หรือติดตั้งเว็บบอร์ด เพื่อให้คนทั่วไปเข้ามาพูดคุยหรือเพิ่มข้อมูลให้กับเว็บไซต์ได้ 5.เว็บไซต์คู่แข่งดูดีและน่าสนใจมากกว่า  บางครั้งลูกค้าอาจจะรู้จักเว็บไซต์ของคุณ แต่พบว่าคู่แข่งของคุณน่าสนใจและตอบสนองความต้องการได้มากกว่า ลูกค้าก็เลือกที่จะไม่เข้าเว็บไซต์คุณ และหันไปเข้าของคู่แข่งแทนทันที วิธีแก้ไข : ศึกษาจุดเด่นของคู่แข่ง จากนั้นปรับเว็บไซต์ให้น่าสนใจเช่นเดียวกับคู่แข่ง แต่ต้องทำอะไรให้มากกว่า...

Continue Reading

เทรนด์สื่อสารเอเชีย 2016: ปีแห่งการจัดการข้อมูลเพื่อสังคม

  ลการวิจัยเรื่องเทรนด์ด้านการสื่อสารของปี 2016 โดยเทเลนอร์กรุ๊ป ชี้ว่า เนื่องจากเอเชียเป็นภูมิภาคซึ่งมีคนอยู่ 60% ของประชากรโลก และมีผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของโลก เป็นจุดรวมความสนใจในฐานะตลาดเกิดใหม่ที่มีความแข็งแกร่ง จะได้รับผลกระทบอย่างมากจากเทรนด์ใหม่ในยุคดิจิทัล ที่จะมีการพัฒนาทั้งในด้านเครื่องจักรอัจฉริยะ การมีส่วนร่วมของลูกค้าในการสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ การนำข้อมูลมาใช้เพื่อประโยชน์ของสังคม และการมีบทบาทสำคัญของซอฟต์แวร์ ในชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์จากสังคมที่เปลี่ยนไปสู่การกลายเป็นดิจิทัลในหลายด้าน ตั้งแต่การซื้อตั๋วรถโดยสารผ่านโทรศัพท์มือถือ ไปจนถึงการตรวจดูอัตราการเต้นของหัวใจ หรือการใช้จีพีเอสเป็นเครื่องมือบอกพิกัด ทั้งหมดนี้สามารถทำได้ผ่านทางสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนมากกว่า 1,000 ล้านคน การแปลงไปสู่ความเป็นดิจิทัล จะเปลี่ยนทิศทางของอุตสาหกรรมสื่อสารในทุกด้าน โดยผู้บริโภคจะมีความเชื่อมั่นและใช้โมบายล์เทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น และศูนย์วิจัยเทเลนอร์ได้ระบุถึง 6 เทรนด์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในปี 2016 เทรนด์ของปี 2016 ลูกค้าร่วมคิดและสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ ลูกค้าเป็นมีความรอบรู้ด้านดิจิทัลมากขึ้น เรียกร้อง และแสดงอำนาจในการตัดสินใจเพิ่มขึ้น สิ่งเหล่านี้ ส่งผลให้บริษัทต่างๆ พัฒนา เพื่อมอบบริการดิจิทัลที่เหนือกว่า ตรงความต้องการ และสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ในปีนี้ สิ่งที่จะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นคือ การเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่บริษัทเป็นผู้กำหนดรูปแบบของบริการ ไปสู่การที่ลูกค้าแสดงความเห็น และระบุถึงสิ่งที่ตนเองต้องการให้ตลาดได้รับรู้ การจัดการข้อมูลเพื่อประโยชน์ของสังคม ชุดข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big data...

Continue Reading

กำจัดนิสัย 4 ข้อ งานเสร็จชัวร์

ถึงแม้ต้นทุนทางชีวิตจะไม่เท่ากัน แต่เวลาเป็นสิ่งที่ทุกคนมีเท่ากัน และถึงแม้ว่าเราจะวางแผนเวลาในชีวิตดีขนาดไหนก็แล้วแต่ สุดท้ายก็ต้องมีเรื่องไม่คาดฝันเข้ามาจนได้ ฉะนั้นเรามาดูกันว่า ลักษณะนิสัย 4 ข้อ ที่ทำให้งานของเราล่าช้ามีอะไรบ้าง   1. พยายามทำทุกอย่างด้วยตนเอง การพยายามทำงานที่ยากเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าอยากเป็นคนที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Productive) หรือทำงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จ เราควรที่จะต้องปฏิเสธงานที่เราไม่สามารถทำมันได้จริงๆ ถ้าเป็นหัวหน้าหรือเจ้าจองกิจการที่มีลูกน้อง ก็ควรมอบหมายงานให้คนอื่น เพื่อที่เราจะได้โฟกัสกับงานสำคัญจริงๆ การรู้ขีดจำกัดของตนเอง และปฏิเสธโอกาสบ้างก็จะช่วยให้เราสามารถใช้เวลาทำงานที่เราทำได้ดีมากยิ่งขึ้น 2. ขอทำให้ 100% ก่อนนะ ความสมบูรณ์แบบนั้นไม่มีจริง หากเรามัวแต่นั่งรอให้พร้อมก่อนถึงค่อยลงมือทำนั้น งานของเราก็ล่าช้า ซึ่งบางครั้งเราสามารถทำทั้งๆที่ไม่พร้อมได้เลย และระหว่างทางก็ค่อยๆเพิ่มเติมเอา ดูอย่าง Uber และ AirBnb เป็นตัวอย่าง พวกเขาเริ่มขยายสาขาไปต่างประเทศ ทั้งๆที่บริการ และการทำงานก็ยังไม่เรียบร้อย แต่ความพร้อมนั้นสามารถสร้างควบคู่ไปได้ 3. ปล่อยให้สิ่งกวนใจรบกวน ข้อนี้น่าจะเป็นข้อที่สำคัญสุด เพราะเวลาทำงานเรามักจะเจอกับเรื่องไม่คาดฝัน เช่น เจ้านายเรียกประชุม เพื่อนถามงาน ซึ่งเรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ แต่มีสิ่งที่เราเลี่ยงได้การไม่เล่นโซเชียล ไม่เล่น Facebook หรือ Social อื่นๆ ในเวลางาน ดังนั้นการปิดเสียงมือถือ...

Continue Reading

6C ปัจจัยที่จะทำให้คนเข้าเว็บไซต์คุณ

1.Content : ข้อมูล ถือเป็นหัวใจหลักของการสร้างความน่าสนใจให้เว็บไซต์ ปัจจุบันมีหลายรูปแบบ ทั้งนี้นอกจากข้อมูลที่ดี น่าเข้าไปอ่านแล้วยังควรประกอบไปด้วย ความสดใหม่ การอ้างอิงแหล่งที่มาข้อมูล ความถูกต้องและแม่นยำ 2.Community : สังคมออนไลน์ การมี Community ในเว็บไซต์ เป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้บริการด้วยกัน ก่อให้เกิด Engagement มีผู้เข้ามาใช้อย่างต่อเนื่อง และมีข้อมูล (Content) ที่มาจากผู้ใช้ ถือเป็นข้อมูลที่เจ้าของเว็บไม่ต้องผลิตเอง ลดต้นทุนตรงนี้ได้ 3.Commerce : การขายผ่านเว็บไซต์ หลายคนอาจคิดว่าเว็บไซต์ของคุณไม่ใช่เว็บไซต์ E-Commerce แต่เชื่อหรือไม่ว่า ไม่ว่าเว็บไซต์ของคุณจะเป็นประเภทไหนก็สามารถเป็นเว็บ E-Commerce ได้ เพราะการค้าขายผ่านเว็บไซต์นี้ อาจเป็นชิ้นส่วน (Module) ชิ้นหนึ่งที่สามารถนำไปเพิ่มหรือเสริม เพื่อทำให้เว็บไซต์คุณมีบริการและข้อมูลที่หลากหลาย เป็นทั้งช่องทางสร้างรายได้ และทั้งช่องทางที่ทำให้เว็บน่าสนใจมากขึ้น 4.Communication : ช่องทางการสื่อสาร ช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าไม่ได้มีเพียงแค่หน้าจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น ยังมีอีกช่องทางที่มำให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลคุณได้คือ “โทรศัพท์มือถือ” เพราะปัจจุบันมีผู้ใช้โทรศัพท์หลายสิบล้านคน ซึ่งมากกว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 5.Customization : การปรับแต่งเว็บไซต์ การปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะกับผู้ใช้ การบริการนี้ทำให้เจ้าของเว็บไซต์เข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้...

Continue Reading
a

Facebook ปรับอัลกอริทึมการแสดงผลโพสต์บน News Feed เล็กน้อยเน้นคุณภาพของโพสต์มากขึ้น

Engagement บน Facebook คือส่วนหนึ่งที่เอามาพิจารณาในการนำเสนอเนื้อหาบนหน้า News Feed เพื่อให้ตรงกับความสนใจกับผู้อ่านมากที่สุด แต่สิ่งที่สนใจอาจจะไม่มีคุณภาพก็เป็นได้ ดังนั้น Facebook เลยมีการประกาศปรับอัลกอริทึมในการเลือกโพสต์ที่มีคุณภาพนอกเหนือจากการใช้ Engagement เป็นหลัก ทาง Facebook มีการปรับปรุงเรื่องการนำเสนอ News Feed อยู่ตลอดเวลา โดยมีการทำวิจัยจากคนจำนวนหลายพันคนผ่านการทำแบบสอบถามในทุกๆ วันทั่วโลก โดยมีการเรียกว่าเป็น Feed Quality Panel โดยถามคำถามเกี่ยวกับการจัดหน้า News Feed ที่ทาง Facebook จัดให้แต่ละคนว่าดีมากน้อยขนาดไหน   สิ่งที่ได้กลับมาจากผลสำรวจก็คือ ประสบการณ์ในการเห็น News Feed ที่ดีจะเห็นเมื่อได้รับ Rating จากการสำรวจที่สูง รวมกับเป็นสิ่งที่เขาอยากจะมี Engagement หรืออยากจะเข้าไปกด Like, Share, Comment รวมถึงคลิกเข้าไปเพื่ออ่านต่อด้วย โดยสิ่งที่ทาง Facebook...

Continue Reading

PAID – OWN – EARN MEDIA ที่นักการตลาดไม่รู้วันนี้ไม่ได้แล้ว

ถ้าพูดเรื่องสื่อที่ใช้ในการตลาดนั้น มันคงเป็นเรื่องบรมเบสิคที่นักการตลาดและนักโฆษณาคุ้นหูกันอยู่แล้ว เพราะถ้าจะทำสื่อสารการตลาดแต่ไม่มีสื่อก็คงเป็นเรื่องประหลาดอยู่เสียหน่อย และถ้าว่ากันจริงๆ แล้ว เราเองก็ทำการตลาดโดยฝากความหวังไว้กับสื่ออยู่พอสมควร เพราะสื่อเหล่านี้ทำหน้าที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของเรา เรียกได้ว่าถ้าแบรนด์ช่วงชิงสื่อที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ โอกาสจะชนะใจและทำให้กลุ่มเป้าหมายสนใจก็ย่อมไม่ใช่เรื่องยากนัก อย่างไรก็ตาม ด้วยสื่อดิจิทัลที่เกิดขึ้นมานั้นทำให้ภูมิทัศน์ของสื่อในปัจจุบันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันทำให้เกิดคอนเซปต์ของ Paid-Own-Earn Media ขึ้น ซึ่งจะว่าไปแล้วมันก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะเก่าแล้วเหมือนกันแต่ผมก็ยังเห็นหลายๆ คนยังสับสนและดูจะงงๆ กันอยู่พอสมควร เผลอๆ บางคนเองก็ยังไม่รู้เลยเสียด้วยซ้ำ (ซึ่งผมเองก็งงๆ เหมือนกันว่าไปอยู่ไหนมา) ฉะนั้นบล็อกนี้ผมเลยถือโอกาสเอาของเก่ามาเล่าใหม่กันหน่อยนะครับ คอนเซปต์ Paid-Own-Earn Media นั้น ถ้าจะว่ากันง่ายๆ คือการมองสื่อปัจจุบันที่เข้าถึงผู้บริโภคในมุมมองของจุดกำเหนิดและความสัมพันธ์กับนักการตลาด Paid Media ว่ากันง่ายๆ คือสื่อที่เราต้องทำการซื้อเพื่อจะได้พื้นที่ดังกล่าว นึกตัวอย่างง่ายๆ ก็คือโฆษณาทางโทรทัศน์ พื้นที่โฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ หรือการซื้อ Facebook Ad ต่างๆ เพื่อให้คอนเทนต์ของเราไปปรากฏตรงหน้าผู้บริโภค แน่นอนว่าการใช้ Paid Media นั้นจะเป็นไปตามเงื่อนไขของเจ้าของสื่อ เช่นลงคอนเทนต์ได้กี่ครั้ง มีขนาดเท่าไร ความยาวเท่าไร ฯลฯ ในทางกลับกัน Own...

Continue Reading
a

ผลวิจัยชี้เพื่อนใน Facebook เกือบทั้งหมดเป็นแค่ ‘คนรู้จัก’ มีเพื่อนสนิทจริงไม่เกิน 5 คน

ผลวิจัยจาก Oxford University เปิดเผยว่า ในบรรดาเพื่อนเป็นร้อยเป็นพันใน Facebook ของคนเรานั้นหาเพื่อนที่จริงใจได้เพียงเฉลี่ยไม่เกิน 5 คนเท่านั้น ในขณะที่เพื่อนที่เหลือนั้นไม่ได้มีความจริงใจหรือรู้สึกยินดียินร้ายไปกับเรามากนัก Robin Dunbar ศาสตราจารย์ภาคจิตวิทยาทดลองแห่ง Oxford University ระบุผลการวิจัยหัวข้อความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนใน Facebook และเพื่อนในชีวิตจริงของผู้ใช้ โดยทำการทดลองวิจัยกับกลุ่มตัวอย่างผู้ใช้ Facebook กว่า 3,400 รายในช่วงอายุระหว่าง 18-65 ปี และพบว่าจากเพื่อน 150 คนใน Facebook นั้นจะมีเพื่อนที่มีความสัมพันธ์กันจริงๆ เฉลี่ยเพียง 15 คนและเป็นเพื่อนสนิทในชีวิตจริงเฉลี่ยเพียง 5 คนเท่านั้น นอกจากนี้ Dumbar ยังได้สรุปว่าความเป็นเพื่อนและสนิทชิดเชื้อของคนเราจะค่อยๆ เสื่อมหายไปตามธรรมชาติหากไม่มีการติดต่อกันเป็นระยะ และทุกวันนี้บนโลกของ social media นั้นจะทำให้ผู้คนสามารถสื่อสารพูดคุยกันได้ง่ายขึ้น แต่ในความเป็นจริงนั้นมันทำได้เพียงแค่ชะลอ ‘ความเสื่อม’ ของความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลนั้นให้ช้าลงเท่านั้นตราบใดที่ยังไม่มีการพบเจอหรือพูดคุยกันต่อหน้า...

Continue Reading

3 วิธีจัดการกับคอมเมนท์เชิงลบบน Facebook

ถ้าคุณมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดูแล Facebook Page คุณต้องเตรียมใจ และเตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์แย่ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เพราะในยุคที่ทุกคนออนไลน์ แบรนด์สามารถรับฟังปัญหา ข้อตำหนิ หรือคำชมได้ง่ายๆ ทว่า มีหลายๆ แบรนด์ที่ไม่คว้าโอกาสนี้ไว้ เมื่อเจอความคิดเห็นในเชิงลบ กลับลบทิ้ง หรือเมินเฉย จริงๆ แล้ววิธีที่จะจัดการกับปัญหานี้ก็มีหลายวิธีด้วยกัน ดังนี้ อย่าปิด หรือลบคอมเมนท์ หนึ่งในความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์ คือ การปิดคอมเมนท์ หรือลบคอมเมนท์ อย่าลืมว่า Facebook ก็เปรียบเหมือนตัวแทนของแบรนด์ ที่ทำหน้าที่บริการลูกค้า วิธีที่ดีที่สุดคื การรับมือกับความคิดเห็นเชิงลบ และการตอบสนองในเชิงบวก การไม่ลบคอมเมนท์ ก็เป็นการแสดงความซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภคอีกด้วย ไม่ว่าจะมีปัญหาใหญ่แค่ไหน คุณต้องทำให้พวกเขาเห็นว่าคุณแก้ปัญหาได้ อย่าหนีปัญหาด้วยการลบคอมเมนท์ 3 ขั้นตอน จัดการความคิดเห็นในเชิงลบ 1. รับทราบความคิดเห็น สิ่งแรกที่คุณต้องเมื่อเจอความคิดเห็นในเชิงลบคือ ยอมรับ และตอบสนองอย่างรวดเร็ว หรือถ้ายังแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ต้องแสดงตัวให้เห็นว่ารับทราบปัญหาแล้ว อาทิ “เรียนคุณลูกค้า ทางเราได้รับทราบปัญหาแล้ว และกำลังดำเนินการแก้ไขค่ะ” ลูกค้าส่วนใหญ่คาดหวังให้แบรนด์ตอบกลับให้เร็วที่สุด...

Continue Reading

บทสรุป 8 รูปแบบ “โฆษณาชั้นเลว” ที่ทำให้ Google ต้องบล็อก

ข่าวการบล็อก bad ads หรือโฆษณาชั้นเลวหลายล้านชิ้นที่ Google เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นทำให้วงการโฆษณาออนไลน์ตื่นตัวไม่น้อย เพื่อให้ทุกอย่างเข้าใจง่าย เราขอสรุป 8 รูปแบบหลักที่อาจทำให้โฆษณาชิ้นหนึ่งถูก Google มองว่าเป็นโฆษณาชั้นเลวที่ละเมิดกฎและไม่คู่ควรปรากฏสู่สายตาชาวเน็ตทั่วโลก Google ให้ข้อมูลน่าสนใจเรื่อง bad ads ไว้ว่า หากชาวเน็ตใช้เวลาเพียง 1 วินาทีชมโฆษณา bad ads ทุกชิ้นที่ Google บล็อกไว้ตลอดปี 2015 เวลาที่เสียไปจะกินเวลานานถึง 25 ปีเต็ม เนื่องจากโฆษณาที่ Google ได้นั้นมีจำนวนมากกว่า 780 ล้านชิ้น ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้น 49% จาก 524 ล้านชิ้นในปี 2014 เพื่อให้เห็นภาพว่า bad ads ที่ถูกบล็อกนั้นมีลักษณะอย่างไร ต่อไปนี้เป็นรายการ 8...

Continue Reading
m

INE Pay เปิดตัวฟีเจอร์กระเป๋าเงิน (Wallet) โอนเงินระหว่างเพื่อน แบ่งจ่ายค่าสินค้า

LINE Pay เปิดตัวในไทยตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยเริ่มจากการเป็นระบบจ่ายเงินออนไลน์ มาถึงปีนี้ LINE เปิดฟีเจอร์ด้านกระเป๋าเงิน (wallet) ที่เพิ่มความสามารถด้านการจ่ายเงินระหว่างเพื่อนกันเอง (ไม่ใช่กับร้านค้า) อีก 3 อย่าง โอนเงิน-ขอเงิน อันนี้ทั่วไปคือโอนเงินให้เพื่อนทาง LINE Pay หรือจะขอ request ให้คนอื่นโอนเงินมาให้เราได้ ไม่ต้องมีบัญชีธนาคารของอีกฝ่าย และไม่คิดค่าบริการใดๆ แชร์เงิน แบ่งจ่ายค่าสินค้า/บริการระหว่างกลุ่มเพื่อน เลือกรายชื่อเพื่อนตอนจ่ายเงินแล้วแบ่งกันจ่ายได้ทันที ถอนเงิน ถอนเงินจากบัญชี LINE Pay กลับมายังบัญชีธนาคารที่ผูกเอาไว้ โดยไม่มีค่าโอนเงินกลับ ธนาคารที่เข้าร่วมกับ LINE Pay ตอนนี้มี 3 ธนาคารคือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกสิกรไทย ส่วนร้านค้าที่รองรับการจ่ายด้วย LINE Pay ตอนนี้มีมากกว่า 200 ร้าน/บริษัทแล้ว ที่มา - อีเมลประชาสัมพันธ์ LINE...

Continue Reading