Blogs

5 คำทำนายธุรกิจดิจิทัลปี 2016

  สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2016 โดยดูจากความเคลื่อนไหวในปี 2015 ดังต่อไปนี้ครับ 1. งานหมั้นหมายระหว่างองค์กรจะเกิดมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีจะบังคับให้องค์กรใหญ่ต้องลงทุนในบริษัทแนวดิจิทัล ส่งผลให้มีการควบรวมขององค์กรต่างๆ ยังคงมีต่อเนื่อง รวมถึงการรวมตัวกันขององค์กรที่รวมตัวกันเพิ่มทุนเพื่อสร้างเสริมความสามารถในการแข่งขัน ปีนี้เราเห็นได้หลายองค์กร เช่น Thoth Zocial, LinkedIn ซื้อเว็บคอร์สออนไลน์ Lynda.com, Adknowledge Asia ซื้อ Komli, ซีทรู ซื้อ 6 หัวนิตยสารดังจาก GMM, Verizon ซื้อ AOL 2. เข้าสู่ยุค Digital Transformation เต็มตัว เมื่อก่อนเวลาพูดคุยกันเรื่องการตลาดดิจิทัล เราจะจบกันที่หาเครื่องมือดิจิทัลมาทำการตลาด แต่ที่จริงเทคโนโลยีดิจิทัลส่งผลกับธุรกิจมากกว่านั้น เช่น การขายสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซ การจ่ายเงินผ่านแอปฯ การจองสินค้าบริการ ปี 2016 จึงเป็นปีที่เจ้าของสินค้าและบริการต่างๆ จะต้องพูดคุยกับคู่ค้าที่เป็นตัวแทนขายให้ดีว่าใครจะจัดการช่องทางการขายอย่างไร จะปรับองค์กรเข้ายุคดิจิทัลอย่างไร และที่สำคัญ อย่ากินข้าวคนเดียว แบ่งเพื่อนบ้าง 3....

Continue Reading

เส้นทางสู่ความสำเร็จของ LINE ประเทศไทยตลอดปี 2558

LINE ผู้นำด้านแพลตฟอร์มบนมือถือยอดนิยมระดับโลก มีผู้ใช้มากกว่า 33 ล้านคนในประเทศไทย ถือว่าเป็น 83% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือทั่วประเทศไทย และยังเป็นตลาดอันดับ 2 ของโลกรองมาจากประเทศญี่ปุ่น ประกาศความสำเร็จของ LINE ประเทศไทยในปี 2558 ที่แสดงให้เห็นว่า LINE ได้ก้าวสู่แพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้ใช้ชาวไทยได้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวบริการใหม่ ยอดการใช้ ยอดการดาวน์โหลดของ LINE และแอปฯ ในเครือ เดือนกุมภาพันธ์ LINE ประกาศลงนามสัญญาความร่วมมือกับ UNICEF ออกแคมเปญการกุศลอย่าง การผลิต -จำหน่ายทั้งสติกเกอร์และสินค้า เพื่อช่วยระดมทุนให้แก่ UNICEF นำไปช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์เด็ก ๆ ของประเทศกำลังพัฒนา ในด้านสุขอนามัยและโภชนาการรวมถึงทำให้เด็ก ๆ เหล่านั้นได้เข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน หลังจากนั้น LINE ได้เปิดตัว LINE@ (ไลน์แอด) อีกหนึงแอพพลิเคชั่นที่แยกออกจาก LINE แอคเคาท์ส่วนตัว...

Continue Reading

นักการตลาดออนไลน์ต้องรู้! ทำไมโมบายล์ช้อปปิ้งไม่สามารถแทนที่เดสก์ทอปได้?

ต้องยอมรับว่ายุคนี้อะไรๆ ก็ต้องโมบายล์มาก่อน สถิติจากเทศกาลช้อปปิ้ง Black Friday ที่ผ่านมา พบว่ายอดสั่งซื้อออนไลน์มาจากสมาร์ทโฟนเกือบๆ 57% เช่นเดียวกับที่ Walmart รายงานว่า ยอดขายที่มาจากสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2014 ตัวเลขเหล่านี้นำไปสู่ประเด็นโต้แย้งที่นักการตลาดหลายๆ คนให้ความสนใจ นั่นก็คือ ท้ายที่สุดแล้วการขายสินค้าบนหน้าเดสก์ทอปจะค่อยๆ หายไปหรือไม่? ก่อนที่จะตอบคำถามนั้น ต้องย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของการช้อปปิ้งออนไลน์ โดยในช่วงที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเริ่มบูมใหม่ๆ ก็มีคนตั้งคำถามว่า หน้าร้านยังจำเป็นอยู่ไหม? ปรากฏว่าทุกวันนี้ก็ยังต้องมีหน้าร้านกันอยู่ “ของใหม่ไม่ได้มาแทนที่ของเก่าเสมอไป” Andy Wong ผู้ร่วมก่อตั้ง Kurt Salmon Digital กล่าวไว้ เขาเพิ่มเติมว่า ถึงแม้ทราฟฟิกจากโมบายล์จะมาแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่มันไม่ได้หมายความว่ารายได้จริงของธุรกิจที่มาจากโมบายล์จะมากกว่าช่องทางอื่น เพราะจากประสบการณ์ของเขาเอง ลูกค้าเกือบ 70% เปิดอ่านอีเมลบนมือถือ แต่ในแง่ของ Conversion rate ยอดจากโมบายล์กลับโตค่อนข้างช้า ทั้งนี้ อุปสรรคสำคัญของการซื้อสินค้าผ่านมือถือก็คือ ขั้นตอนการเช็กเอาท์ ตามความเห็นของ Andrew Mavraganis หนึ่งในเจ้าของธุรกิจStoreYourBoard.com อีคอมเมิร์ซขายสินค้าเครื่องกีฬา “โดยมากแล้วขั้นตอนการกรอกข้อมูลเพื่อจ่ายเงินมักจะใช้เวลานาน...

Continue Reading

10 วิธีมองหาไอเดียสร้างคอนเทนต์โดนๆ [Infographic]

สำหรับคนทำคอนเทนต์ มันต้องมีบ้างแหละที่หมดเรื่องจะเล่า หรือเกิดอาการสมองตีบตันหมดมุก อินโฟกราฟิกนี้มีแหล่งมองหาคอนเทนต์เจ๋งๆ มาแนะนำ มั่นใจว่ามันต้องมีสักอันที่เวิร์ก และแก้อาการสมองผูกของคนทำคอนเทนต์ได้  1. Call Center เพราะนี่เป็นที่ที่แบรนด์จัดไว้ให้กับลูกค้า ในกรณีที่มีข้อสงสัยอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคำถามเกี่ยวกับสินค้า บริการ เรื่องที่พอใจ เรื่องที่ไม่พอใจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายนี้น่าจะมีคำตอบให้คุณได้ ในที่สุดคุณก็จะรู้ว่าลูกค้าของคุณอยากรู้เรื่องอะไร อย่างน้อยๆ ก็ได้แล้ว 1 คอนเทนต์ 2. กลุ่มสนทนาในโลกออนไลน์ พื้นที่นี้จะเป็นแหล่งพบปะพูดคุยของคนที่ลูกค้าและไม่ใช่ลูกค้า การติดตามบทสนทนาเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจรู้ว่าลูกค้าคาดหวังอะไร กังวลใจเรื่องอะไร 3. ความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมาย เมื่อธุรกิจเริ่มสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายไปแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องรับฟังบ้าง ด้วยแพลตฟอร์มการสื่อสารในยุคนี้ที่สนับสนุนให้โต้ตอบได้อย่างรวดเร็ว บางธุรกิจอาจจะมองว่าเป็นผลเสีย เพราะรับมือกับความคิดเห็นแบบ Negative ไม่ไหว แต่บางธุรกิจอาจจะเห็นว่าเป็นขุมทรัพย์ เพราะทำให้ทราบความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มเป้าหมาย 4. งานสัมมนา ยิ่งฟังมากก็ยิ่งมีโอกาสได้ไอเดียมาก และยุคนี้อาจจะเป็นยุคที่เราเห็นงานสัมมนาหรือคอร์สที่น่าสนใจเกิดขึ้นได้ง่ายพอๆ กับร้านสะดวกซื้อ แต่อย่าลืมหาประวัติและผลงานของ Speaker ไว้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ 5. แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม ถ้าอยากให้คอนเทนต์แสดงทิศทางของธุรกิจ ก็ต้องรู้ว่าอุตสาหกรรมของตัวเองไปถึงไหนแล้ว และมีอนาคตอย่างไร 6. การประกาศหรือนโยบาย เมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงจากภายนอกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นกฏระเบียบหรือนโยบายใหม่ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อองค์กร หน้าที่ของคนทำคอนเทนต์คือเขียนนโยบายเหล่านั้นขึ้นใหม่ให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าใจได้ว่าสิ่งเหล่านั้นจะส่งผลกระทบต่อองค์กรอย่างไร 7. การสัมภาษณ์ เพราะใครๆ...

Continue Reading

ทำอย่างไรให้แบรนด์สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้เป็นกันเองมากยิ่งขึ้นบนโลกโซเชียล

การตลาดดิจิทัลกลายเป็นกลยุทธ์ด้านการตลาดที่สำคัญ เพราะประชากร 40% ของโลกนี้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ มันจึงเป็นเหตุผลที่แบรนด์ต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วยดิจิทัล แต่ปัญหาก็คือ โดยมากแล้วการเล่าเรื่องของแบรนด์บนดิจิทัล มักจะสูญเสียความเป็นมนุษย์ไป พูดง่ายๆ คือดูเป็นทางการ ไม่เหมือนการสื่อสารกับมนุษย์ด้วยกัน ขาดความน่าสนใจ จนถึงตอนนี้ เราพูดคำว่า “การตลาดดิจิทัล” กันจนเบื่อ ทุกคนดูเหมือนจะเข้าใจ “การตลาด” และ “ดิจิทัล” แต่ละเลยจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ปกติที่มีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเอง ทำให้ขาดคอนเนกชั่นแบบ Person-to-person ในความเป็นจริงแล้ว แท็กติก เงิน หรือนวัตกรรม ไม่อาจจะทำให้คุณได้ใจกลุ่มเป้าหมาย ถ้าขาดคาแรกเตอร์ที่จะสื่อสารกับพวกเขาแบบมนุษย์คนหนึ่ง เพราะฉะนั้น นอกจากกลยุทธ์แล้ว อีกคำถามสำคัญคือ จะทำอย่างไรให้การทำการตลาดดิจิทัลของคุณดูเป็นคนมากขึ้น เพื่อที่กลุ่มเป้าหมายจะไม่รู้สึกว่ากำลังคุยกับองค์กรตลอดเวลา ทำความรู้จักลูกค้า กลยุทธ์ของธุรกิจควรเริ่มจากการทำความรู้จักลูกค้า นี่คือสิ่งที่คุณควรรู้เพื่อที่จะสร้างคาแรกเตอร์แบบมนุษย์ให้กับการสื่อสารบนดิจิทัลขององค์กร ลักษณะทางประชาการศาสตร์ของลูกค้า ได้แก่ อายุ เพศ รายได้ การศึกษา และอาชีพ ลักษณะทางจิตวิทยาของลูกค้า หรือ Customer psychographics ได้แก่ ความสนใจ กิจกรรม และความคิดเห็นของพวกเขาที่มีต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และถ้าอยากเข้าใจพวกเขาให้มากขึ้น...

Continue Reading

5 เทคนิค ขายงานยังไงให้ซื้อใจลูกค้า!

วันนี้เราจะมานำเสนอ วิธีที่จะช่วยให้คุณขายงานได้สำเร็จ เมื่อคุณนำไปใช้ระหว่างการนำเสนอกับลูกค้า การขายในครั้งนี้ของคุณจะมีแต่รอยยิ้มแน่นอน! สร้างความสัมพันธ์ก่อนคุยเรื่องธุรกิจ ก่อนที่คุณจะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ คุณควรเริ่มต้นพูดคุยเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าของคุณก่อน เพื่อขยายโอกาสในการขายงาน คุณควรจะทำการบ้านมาก่อนหน้านี้ซักเล็กน้อย เช่น ระหว่างบริษัทคุณและบริษัทของลูกค้าเคยได้ร่วมงานกับกลุ่มคนกลุ่มเดียวกันหรือไม่ ,บริษัทของลูกค้าเพิ่งมีข่าวอะไรใหม่ๆออกมาหรือเปล่า หรือลูกค้าคนที่เราจะคุยด้วยมีความสนใจในด้านไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า  การพูดคุยเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับบริษัทหรือเรื่องตัวลูกค้าเองจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณและลูกค้าดีขึ้น ตั้งคำถามเพื่อรู้ความต้องการของลูกค้า อย่าเพิ่งรีบกระโดดไปพูดเรื่องการขายในทันที วิธีที่มีประสิทธิภาพที่จะให้การขายมีโอกาสมากขึ้นก็คือ การถามคำถาม และสังเกตว่าเราควรจะขายไปในทิศทางไหน แน่นอนว่าคำถามของคุณต้องเป็นคำถามที่เมื่อถามแล้วจะสามารถล้วงความต้องการของลูกค้าของคุณออกมาให้ได้ แล้วหาโอกาสเชื่อมโยงความต้องการของลูค้ากับผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ “ถามคำถามที่ได้คำตอบมากกว่าคำว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่” สิ่งสไคัญที่สุดคือ ถามคำถามที่จะแสดงว่าลูกค้ามีโอกาสซื้อสินค้าของเราหรือไม่ รวมไปถึงปัญหาของลูกค้า หรือความต้องการของลูกค้า  อย่ากลัวที่จะถามคำถามเหล่านี้กับลูกค้า เพาะนั่นเป็นวิธีที่คุณจะเข้าใจลูกค้าของคุณเอง   จดบันทึกระหว่างการพูดคุย อย่าเชื่อมั่นในความจำของคุณให้มากนัก การจดจะช่วยเตือนตัวคุณเองว่าอะไรคือสิ่งสำคัญในระหว่างการพูดคุยกับลูกค้า ทำให้เวลาคุยคุณไม่หลุดประเด็นในสิ่งที่ลูกค้ากังวล หรือให้ความสำคัญ นอกจากนี้การจดบันทึกยังช่วยให้คุณสามารถกลับมาทบทวนสิ่งที่คุณพูดกับลูกค้าได้ดีอีกด้วย   เรียนรู้ที่จะฟังความต้องการของลูกค้ามากกว่าเอาแต่พูดเรื่องขาย พนักงานขายที่พูดตลอดการนำเสนอไม่เพียงจะทำให้ลูกค้ารู้สึกเบื่อ แต่ยังทำให้การขายงานหลุดไปได้ง่ายๆด้วย กฏที่ดีของการคุยกับลูกค้า คือ ฟัง 70% และพูด 30% อย่าขัดจังหวะในระหว่างที่ลูกค้ากำลังพูด ดึงดูดให้ลูกค้ารู้ว่าสิ่งที่คุณพูดนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นจริงๆ   หาความต้องการที่สำคัญที่สุดในการซื้อของลูกค้า ลูกค้าอาจมีความต้องการเยอะแยะเป็นร้อยเป็นพัน แต่มักจะมีเพียง 1 ความต้องการที่เป็นจุดที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด ถ้าคุณหาจุดนี้เจอมีโอกาสสูงมากที่ลูกค้าจะซื้อสินค้าของคุณ ส่วนใหญ่ความต้องการของลูกค้าในส่วนนี้มักจะเกี่ยวกับอารมณ์...

Continue Reading

Facebook เผยสถิติผู้ใช้งาน Messenger เกิน 800 ล้านคนต่อเดือนแล้ว พร้อมประกาศแนวทางของปี 2016

Facebook Messenger Facebook เผยสถิติผู้ใช้งาน Messenger เกิน 800 ล้านคนต่อเดือนแล้ว พร้อมประกาศแนวทางของปี 2016 ว่าจะเน้นงาน 5 ด้าน ได้แก่ การใช้ Facebook Messenger ทดแทนการส่ง SMS อย่างสมบูรณ์ ติดต่อกันได้โดยไม่ต้องรู้เบอร์โทรศัพท์ และทำงานข้ามแพลตฟอร์ม ใช้งานสะดวกทุกแห่งหน การเปิด Messenger Platform ให้เราสามารถพูดคุยกับร้านค้า-ธุรกิจต่างๆ ซื้อสินค้าจากการแชทได้เลย เน้นความเป็นโซเชียล ผ่านฟีเจอร์ Groups เพิ่มนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างผู้ช่วยส่วนตัว M ที่ใช้ระบบ AI การสร้างประสบการณ์ที่ดีและมีความสุขให้กับผู้ใช้งาน ที่มา - Facebook...

Continue Reading

Adecco เผยผลสำรวจอาชีพในฝันของเด็กไทยปี 2559 นักรีวิวสินค้าลง YouTube ถูกพูดถึงเป็นอาชีพใหม่ที่เด็กอยากเป็น

ต้อนรับช่วงวันเด็กด้วยผลสำรวจจากกลุ่มบริษัทอเด็คโก้ประเทศไทย เกี่ยวกับอาชีพในฝันที่เด็กอยากจะเป็น แพทย์ก็ยังคงเป็นอาชีพที่ติดอันดับแรกอยู่ แต่ก็มีอาชีพใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาที่ถูกพูดถึงในครั้งนี้นั่นคือ นักรีวิวสินค้าบนออนไลน์ กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ประเทศไทยสรุปผลการรวบรวมข้อมูลจากเด็กไทยที่มีอายุระหว่าง 7-14 ปี จำนวน  1,546 คน พบว่าแพทย์ยังคงเป็นอาชีพในฝันอันดับหนึ่งติดต่อกันเป็นปีที่ 7 โดยเหตุผลที่ใฝ่ฝันอยากเป็นคุณหมอนั้นเพราะต้องการช่วยเหลือผู้อื่น อยากรักษาดูแลคนในครอบครัวและเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ดี อันดับรองลงมาคือ นักกีฬา เชฟทำอาหาร วิศวกรและครู ตามลำดับ เทรนด์อาชีพที่มาแรงในปีนี้คือ นักกีฬา เพราะเด็ก ๆ ส่วนใหญ่ชอบเล่นกีฬา นอกจากทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้วยังอยากสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ อาชีพเชฟทำอาหารก็เป็นอีกอาชีพที่เด็ก ๆ ให้ความสนใจด้วยความรักในการทำอาหาร  ในปีนี้ยังมีอาชีพใหม่ ๆ ที่เด็กอยากเป็นคือ นักรีวิวด้วยการอัดคลิปวิดีโอลงใน YouTube ด้วยเหตุผลที่ว่าอยากทำให้คนอื่นมีความสุขเมื่อได้ดูคลิปและเป็นความชอบส่วนตัวในการรีวิวสินค้า และอาชีพบาริสต้าร้านกาแฟสตาร์บัคส์ เพราะมีคนชอบดื่มกาแฟยี่ห้อนี้เยอะ ผลสรุปอันดับอาชีพที่เท่ที่สุดพบว่า อันดับหนึ่งยังคงเป็นอาชีพแพทย์ รองลงมาคือ ทหาร ตำรวจ นักแสดง นักร้อง และ นักกีฬา ตามลำดับ...

Continue Reading

กรณีศึกษา PopSugar : ทำอย่างไรให้คนดูวิดีโอบน Facebook ได้ถึง 30 วินาที

คงไม่ต้องบอกว่าวิดีโอคอนเทนต์มาแรงขนาดไหนในปีนี้ โดยเฉพาะวิดีโอบน Facebook แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานสูงสุด และมาพร้อมกับฟีเจอร์เล่นวิดีโออัตโนมัติที่ช่วยให้ผู้ใช้งานรับชมวิดีโอได้ราวๆ 30 วินาทีหรือนานกว่านั้น ถือเป็นตัวเลขที่รักการตลาดต้องปลื้มสำหรับยุคที่ผู้รับสารเลือกรับเนื้อหาได้ตามใจชอบ สำหรับ PopSugar เป็น Publisher ในสายไลฟ์สไตล์ โดดเด่นในเรื่องของสุขภาพและความงาม เริ่มทำกลยุทธ์เพื่อนำเสนอวิดีโอคอนเทนต์มาตั้งแต่เดือนกันยายน และค้นพบหลักการง่ายๆ ที่จะช่วยให้วิดีโอได้รับความสนใจมากขึ้น รมไปถึงวิธีการใส่ตัวหนังสือลงไปในวิดีโอด้วย ทีมงานคอนเทนต์ของ PopSugar พบว่า การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้นช่วยให้กลุ่มเป้าหมายรับชมวิดีโอได้นานขึ้น (30 วินาที หรือนานกว่านั้น) สำหรับวิดีโอทั้ง 5 ประเภทของ PopSugar ยกตัวอย่างเช่น ก่อนหน้านี้มีผู้ชมเพียง 21% เท่านั้นที่รับชมวิดีโอแฟชั่นของ PopSugar ได้นานกว่า 30 วินาที และในตอนนี้ เพิ่มขึ้นเป็น 42% ตามข้อมูลที่ David Grant ประธานของ PopSugar Studio...

Continue Reading

ปี 2016 คอนเทนต์ต้อง “Less is More” เน้นเข้าถึงตัวผู้บริโภค

ถ้าปี 2015 เป็นปีของการใช้ Content Marketing ปี 2016 ก็จะเป็นที่คอนเทนต์ต้อง “Less is More” เน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค ในขณะเดียวกัน “Content is King” ก็ยังคงอยู่ ในปี 2016 นี้ นักการตลาดออนไลน์ต้องให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ให้มากขึ้น สร้างมูลค่า-คุณค่า เพื่อขับเคลื่อนการทำตลาด และเดินเกมได้อย่างมั่นคง ในปีที่ผ่านมา เราจะเห็นหลายๆ แบรนด์ที่ทุ่มงบโฆษณาไปกับการใช้ Social Media โดยเฉพาะ Facebook ยิ่งอยากให้คนเห็น ยิ่งต้องจ่ายเงิน ซึ่งในปีนี้ก็ไม่ต่างกัน แต่ทว่า ก็มีผู้เล่นหน้าใหม่ที่พร้อมจะชิงส่วนแบ่งการตลาด แนวโน้มที่เห็นได้ชัดคือ Data Driven Marketing การใช้กลยุทธ์ที่ต้องดูข้อมูลก่อนตัดสินใจ นักการตลาดออนไลน์หลายๆ คนก็มักจะใช้ข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำไปต่อยอดการทำตลาดอื่นๆ อาทิ การกำหนดเป้าหมายทางการตลาด...

Continue Reading