Blogs

ยังไม่จบ! Facebook พัฒนาระบบ Report ชื่อปลอมเวอร์ชั่นใหม่ เริ่มใช้แล้วในอเมริกา

หลังจากที่ Facebook พยายามบังคับให้ผู้ใช้ทุกคนใช้ชื่อจริง สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเสียงบ่นยาวนานนับปี แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ Facebook ลดละความพยายามแต่อย่างใด เพราะวันนี้ มีผู้ใช้งานบางรายในอเมริกาสังเกตเห็นว่า Facebook มีระบบรีพอร์ทชื่อปลอมเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด   ระบบนี้จะรวมเครื่องมือที่รองรับการตรวจสอบชื่อเฉพาะที่ไม่ใช่ภาษาตะวันตก และภาษาที่เป็นคำด่า คำข่มขู่ หรือคุกคาม นอกจากนี้ ยังเป็นระบบที่ผ่านการคัดกรองประเด็นเรื่องเพศมาแล้ว ระบบใหม่นี้จะเริ่มใช้ในอเมริกาทันที ส่วนการขยายไปยังประเทศอื่นๆ ขึ้นอยู่กับว่าฟีดแบ็กของผู้ใช้ในอเมริกาเป็นอย่างไร รายละเอียดเกี่ยวกับระบบนี้ถูกประกาศออกมาเป็นครั้งแรกในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งตามข้อมูลระบุว่า มันถูกออกแบบมาเพื่อคัดกรองการรีพอร์ทที่ไม่จริง และให้ความสำคัญกับประเด็นทางภาษามากขึ้น โดยทาง Facebook ได้รวบรวมเอาคำติและความคิดเห็นของผู้ใช้งานมาเป็นพื้นฐานในการสร้างระบบนี้ เห็นข่าวนี้ก็เตรียมเปลี่ยนชื่อให้เป็นชื่อจริงกันอีกรอบนะ...

Continue Reading

The Great Digital Marketing Trends of 2016 – จับตาเทรนด์ใหม่ในโลกดิจิทัลปี 2559

หลายปีมานี้ การทำการตลาดด้านดิจิทัลมีความสำคัญเพิ่มขึ้น ด้วย Search Algorithms เองก็ถูกพัฒนาให้สามารถรองรับซับซ้อนยิ่งขึ้นเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีของโลกอันก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ที่ตามมา ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โลกดิจิทัลมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญ เพราะนี่อาจเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ผลสถิติระบุว่าในปี 2557 มีจำนวนผู้ใช้งานบนโทรศัพท์มือถือมากกว่าผู้ใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์แล้ว รวมทั้งยังคาดการณ์กันว่าจำนวนผู้ใช้จะเพิ่มสูงขึ้นอีกเท่าตัวในปี 2559 ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้ เห็นได้ชัดว่าหลาย ๆ สิ่งในโลกดิจิทัลกำลังจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง ดังนั้น แบรนด์และธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวและเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน พฤติกรรมการใช้ รวมถึงกลุ่มเป้าหมายก็ย่อมเปลี่ยนไปเช่นกัน The Content King Remains King – ราชา อย่างไรก็ยังคงเป็นราชา Content Marketing จะยังคงมีบทบาทสำคัญในปี 2559 การทำ Customized Content ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายขึ้น เพราะเป็นการเขียนคอนเทนต์โดยใช้สำนวนและถ้อยคำให้เข้ากับกลุ่มผู้ซื้อกลุ่มนั้น ๆ วิธีนี้ช่วยให้แบรนด์มีความเป็นมนุษย์ มีชีวิตชีวามากขึ้น หรือพูดอีกอย่างก็คือ...

Continue Reading

Facebook ปรับปรุง News Feed กรณีเน็ตแย่ – แสดงโพสต์ที่โหลดมาแล้ว, คอมเมนต์ออฟไลน์

Facebook ปรับปรุงการแสดงผล News Feed ในกรณีเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วต่ำ เช่น เครือข่าย 2G และ สถานที่ที่อินเทอร์เน็ตมีปัญหาอย่างรถไฟใต้ดินหรือสถานที่คนเยอะๆ แย่งกันใช้เน็ต การเปลี่ยนแปลงมี 2 ส่วนดังนี้ ในกรณีที่โหลด News Feed ใหม่ไม่ได้ แอพจะดึงข้อมูล News Feed เก่าที่เคยโหลดมาแล้ว แต่เรายังไม่ได้อ่านมาให้ดูแทน สามารถคอมเมนต์แบบออฟไลน์ได้แล้ว เมื่ออินเทอร์เน็ตกลับมาใช้งานได้ แอพ Facebook จะนำคอมเมนต์นั้นไปโพสต์ให้เองอัตโนมัติ ...

Continue Reading

เขียนช่วงไหนได้งานแจ่มที่สุดตามหลักวิทยาศาสตร์

นักเขียนออนไลน์หลายคนดูจะตามหาไม่เจอว่าตัวเองเหมาะกับเขียนช่วงเวลาไหนมากที่สุด ช่วงเวลาที่ไอเดียพรั่งพรูและสามารถเขียนเรื่องราวทุกอย่างได้จับใจคนอ่านโดยธรรมชาติ ถ้าเดาไม่ผิด ช่วงเวลาที่คุณสามารถเขียนงานได้ไม่มีสะดุดมีน้อยมากเลยใช่ไหมล่ะ Infographic ใหม่จาก QuickSprout หวังจะช่วยเหลือคุณให้ได้ประโยชน์จากเวลาอันมีค่ามากที่สุดผ่านการทดลองแบบเป็นวิทยาศาสตร์ เราหลายคนอาจแบ่งแยกประเภทว่าตัวเองเป็นพวกมนุษย์กลางวันหรือนกเค้าแมวกลางคืน แต่อันที่จริงแล้วยังมีปัจจัยอื่นๆ มากมายเช่น ระดับโดพามีน (สารที่ควบคุมความรู้สึกสุขและได้รับรางวัล) เราถูกดึงดูดความสนใจได้ง่ายแค่ไหน ทั้งหมดนี้มีผลต่อความสามารถในการสร้างสรรค์งานด้วยเช่นกัน คุณจะมีระดับความสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยมหากมีระดับโดพามีนสูงและความสนใจที่สูง นั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนจึงมีไอเดียพุ่งกระฉูดขณะออกกำลังกายเช่นวิ่ง หรือขับรถ ลองสำรวจ infographic ข้างล่างดูสิ เผื่อจะมีข้อมูลที่มีประโยชน์กับคุณบ้าง สรุปสาระสำคัญ ข้อดีของการเขียนตอนเช้า - เรามีความพยายามมากที่สุดตอนตื่นนอน และจะลดหายไปอย่างมากตอนบ่าย - เราจะมีพลังสร้างสรรค์มากมายตอนเช้า แต่มันก็จะไม่ทำงานได้ดีเท่าไหรหากไม่มีการออกกำลังกายเลยนะ - เขียนจนเป็นนิสัย และเนื่องจากเรามีพลังตอนเช้าดังนั้นเขียนเสียตอนเช้าให้เป็นนิสัย ข้อดีของการเขียนตอนกลางคืน - มีการรบกวนน้อย หลังจากที่คุณเลิกงานมาเหนื่อยๆ - คุณจะไม่รีบเร่ง เพราะคุณไม่ต้องกลัวไปทำงานสาย คุณจะเขียนได้อย่างผ่อนคลาย - ลองทบทวนประสบการณ์ในวันนั้น และหยิบมันมาเป็นงานเขียนชิ้นเยี่ยมสิ ...

Continue Reading

กูเกิ้ลเผย 4 สิ่งที่จะเปลี่ยนอนาคตของการเสิร์ช

ผู้อำนวยการด้านนวัตกรรมการเสิร์ชของกูเกิ้ลประจำห้องปฏิบัติการในซูริคได้เผยในการสัมมนา Futurapolis ณ เมืองตูรูส ประเทศฝรั่งเศส ว่าปัจจุบันการค้นหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่กระทำผ่านโมบาย และด้วยความสามารถในการระบุรูปภาพอัตโนมัติของกูเกิ้ลคลาวด์ ทำให้การค้นหารูปภาพผ่านเสิร์ชเอ็นจินทรงประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น การเสิร์ชของกูเกิ้ลยังเข้ามาค้นหาข้อมูลในแอพพลิเคชั่นในเครื่องของผู้เสิร์ชเพื่อค้นหาคำตอบ พร้อมสามารถเปิดแอพขึ้นมาเพื่อข้อมูลคำตอบที่ดีที่สุดอีกด้วย Behzadi เผย พัฒนาการที่เกิดขึ้นเพื่อเป้าหมายหลักที่ยิ่งใหญ่กว่าการเสิร์ช "อนาคตของการเสิร์ชคือการสร้างผู้ช่วยส่วนตัวที่แท้จริง" เขากล่าว และเพื่อเป้าหมายดังกล่าว 4 สิ่งต่อไปนี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดดในโลกของการเสิร์ช เสียง การวิเคราะห์ธรรมชาติของภาษาของกูเกิ้ลนั้นมีพัฒนาการอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา เมื่อสองปีก่อน อัตราความผิดพลาดในการค้นหาข้อมูลด้วยภาษาพูดผ่านกูเกิ้ลอยู่ที่ 1 ใน 4 แต่ในปัจจุบันอัตราความผิดพลาดดังกล่าวลดลงเหลือเพียง 1 ใน 16 ซึ่งนั่นกระตุ้นให้การเสิร์ชด้วยเสียงพัฒนาไปถึงขั้นที่ใกล้เคียงกับการพูดคุยกับมนุษย์ สิ่งที่จะเกิดขึ้นอาจไม่ล้ำหน้าถึงขนาดภาพยนตร์เรื่อง Her แต่ Behzadi กล่าวว่าการโต้ตอบไปมาระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์อาจไม่ใช่เรื่องของโลกอนาคตอันไกลโพ้นอย่างที่เราคิด บริบท ระบบการค้นหาของกูเกิ้ลนั้นพยายามเชื่อมโยงการเสิร์ชหลายๆ ครั้งของเราเพื่อที่เข้าใจสิ่งที่เราต้องการค้นหามากขึ้นเรื่อยๆ เช่น หากเราค้นหาด้วยคีย์เวิร์ด "ปราสาท" คุณก็จะได้ผลการค้นหาที่เกี่ยวข้องกับปราสาทจำนวนมากมายมาจากทั่วโลก แต่หากคุณค้นหาเกี่ยวกับ "ลอนดอน" ก่อน แล้วจึงมาค้นหาคำว่า "ปราสาท" ระบบจะจำได้ว่าคุณค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับลอนดอน ผลการค้นหาปราสาทในครั้งหลังจึงจะแสดงผลแคบลงโดยแสดงปราสาทในลอนดอนก่อน และสำหรับสมาร์ตโฟนในระบบแอนดรอยด์ หากคุณกำลังอ่านโพสต์ในเฟซบุค แล้วกดปุ่มโฮมค้างไว้พร้อมใช้การค้นหาด้วยเสียง กูเกิ้ลจะสแกนเนื้อหาในหน้าแอพที่เราเปิดอยู่...

Continue Reading

6 กฏเหล็กในการใช้อวัจนภาษาระหว่างการพรีเซนต์

ผลวิจัยจาก 99u ระบุว่าผู้ชมนั้นจะรู้สึกว่าพรีเซนเตอร์ที่แสดงอวัจนะภาษามีแนวโน้มน่าเชื่อถือและมีความสามารถมากกว่าคนที่ไม่แสดงท่าทางทางมือเลย นอกจากนั้น ผลวิเคราะห์จาก The Washington Post ก็ยังสนับสนุนความเชื่อนี้ด้วยตัวอย่างจาก TED Talks ซึ่งระบุว่าแม้โดยทั่วไปแล้วคลิปวีดีโอของ TED Talks จะมียอดชมประมาณ 1.24 แสนครั้งและพรีเซนเตอร์แสดงท่าทาง 272 ครั้ง แต่คนที่มียอดวิวสูงที่สุดคือ 7.4 ล้านวิวกลับแสดงท่าทางภายในคลิปถึง 465 ครั้ง ถ้าเช่นนั้นแล้วจะรีรออะไร ลองมาศึกษาว่าคุณจะสามารถแสดงอวัจนะภาษาอย่างไรให้ได้ผลที่สุดกันดีกว่า 1.เป็นธรรมชาติ อย่าฝืนทำท่าทางที่ไม่ใช่ตัวเองแต่ให้ฝึกฝนเพื่อหาท่าทางใหม่ๆ ที่เข้ากับตัวเอง ลองฝึกฝนท่าทางเหล่านั้นหน้ากระจกหรือให้คนอื่นดูสัก 7 ครั้งก่อนจะลองทำจริง หากท่าทางของคุณดูล้นเกินไปบางครั้งมันจะทำให้ผู้ฟังไม่สนใจเนื้อหาที่คุณพูดแทน 2.แสดงตัวเลข การแสดงตัวเลขด้วยมือนั้นเป็นทางง่ายมากที่จะทำให้ผู้ฟังตามคุณทัน หากคุณจะแสดงไอเดีย 3 ข้อก็ชูนิ้ว 3 ออกไปเลยครับ 3.ผายมือออก การผายมือออกแสดงถึงความเป็นมิตร ในการศึกษาพบว่านักพูดที่ผายมือออกจะมีโอกาสสื่อสารสำเร็จมากกว่า 40% เมื่อเทียบกับนักพูดที่คว่ำมืออยู่ตลอด 4.อยู่ใน strike zone Strike zone ที่ว่านี้อยู่ระหว่างเอวขึ้นไปจนถึงไม่เกินไหล่ ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่คุณสามารถสื่อสารกับผู้ฟังได้ทรงประสิทธิภาพที่สุดและไม่ทำให้เขาถูกดันด้วยภาษามือ 5. อย่าชี้นิ้ว การชี้นิ้วเป็นการสื่อสารอารมณ์ฉุนเฉียวและทำให้ผู้ฟังไม่สบายใจ หากคุณจะชี้ให้ใช้การผายมือหรือการยักคิ้วให้มัน หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ...

Continue Reading

Google Maps เวอร์ชั่นเว็บ เพิ่ม Send to Device ส่งพิกัดสถานที่ไปยังมือถือ

Google ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน Google Maps ผ่านเว็บไซต์ให้สะดวกยิ่งขึ้นด้วยการเพิ่มลิงก์ Send to Device เพื่อส่งพิกัดสถานที่ไปยังมือถือ ทำให้ผู้ใช้สะดวกยิ่งขึ้นสามารถเปิดแผนที่ได้ต่อ เมื่อคลิกลิงก์ Send to Device ระบบก็จะแจ้งเตือนมายังมือถือ พร้อมกับคำแนะนำที่จะใช้งานต่อ เช่น นำทาง หรือเลือกดูเส้นทางด้วยการคมนาคมแบบอื่น ๆ เบื้องต้นทาง Google เริ่มเปิดให้ใช้งานฟีเจอร์นี้แล้วบางส่วน...

Continue Reading

15 วิธี ทำตลาดผ่านออนไลน์ให้เวิร์ค ปี 2016

ช่วงใกล้สิ้นปีแบบนี้หลายคนอาจกำลังวางแผนการท่องเที่ยวเพื่อให้รางวัลตัวเองกับความสำเร็จในปีที่ผ่านมา แต่สำหรับเจ้าของกิจการที่ดี ช่วงเวลานี้ ควรเป็นเวลาที่ใช้ในการวางแผนการตลาดสำหรับปีหน้าที่กำลังจะมาถึง เทคนิคการตลาดออนไลน์แบบใดจะเวิร์คในปีหน้านี้ มาดูกัน! 1. Google AdWords เริ่มประมูลซื้อคีย์เวิร์ดที่สอดคล้องกับธุรกิจของคุณบ้างหรือยัง ปัจจุบัน มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเข้ามาค้นหาข้อมูลจากกูเกิ้ลมากถึง 40,000 ครั้งต่อวินาที หรือ 3.5 พันล้านครั้งต่อวัน แน่นอนว่า ใครๆ ก็หาข้อมูลจากเสิร์ชเอ็นจินก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ดังนั้น การซื้อคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมตรงกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่การค้าขายของคุณสามารถช่วยชยายธุรกิจให้คุณได้ 2. ดีไซน์หน้าแลนดิ้งเพจ จากข้อมูลของ Search Engine Land พบว่ามีเพียง 25% ของผู้ลงโฆษณาที่มี Conversion Rate สูงกว่า 5% แล้วเราจะทำอย่างไรให้ทะลุแนวต้านที่ 10% ไปได้หากลงโฆษณาในกูเกิ้ล คำตอบก็คือ การทำแลนดิ้งเพจแบบเฉพาะเจาะจง โดยสามารถใช้บริการอย่าง Unbounceเพื่อสร้างหน้าแลนดิ้งเพจ และทำการทดลองแบบ A/B Test โดยไม่ต้องใช้ทักษะพิเศษด้านไอทีใดๆ Search Engine Land ยังระบุด้วยว่าการที่จะสามารถทำหน้าแลนดิ้งให้ประสบความสำเร็จมียอด Conversion...

Continue Reading

Instagram ซุ่มทดสอบฟีเจอร์ใหม่ ใช้สำหรับจัดการหลายแอคเคาท์ได้

  นักการตลาดที่จำเป็นจะต้องดูแลด้าน Social Marketing คงได้ยิ้มแก้มปริกันแน่ๆ เมื่อมีข่าวแว่วๆ ว่าตอนนี้ Instagramโซเชียล มีเดีย ซึ่งตอนนี้มียอดผู้ใช้อยู่ที่ประมาณ 400 ล้านคน กำลังซุ่มทดสอบฟีเจอร์ใหม่อยู่ ซึ่งจะทำให้สามารถจัดการได้พร้อมกันหลายแอคเคาท์เลยทีเดียว (ว้าว!) มีรายงานข่าวจาก Android Police เว็บไซต์ที่เกาะติดทุกสถานการณ์เกี่ยวกับการพัฒนาของแอนดรอยด์ในทุกๆ ด้าน เปิดเผยว่า ขณะนี้ Instagram กำลังอยู่ในระหว่างการทดสอบฟีเจอร์ใหม่อยู่ และแม้ว่าข่าวนี้อาจจะไม่ได้ทำให้ user โดยปกติฮือฮาก็ตามที แต่สำหรับคนที่เป็นผู้จัดการโซเชียล มีเดีย หรือทำงานธุรกิจบนแพล็ทฟอร์มแห่งนี้จะต้องปลื้มใจมาก ถ้าฟีเจอร์นี้ผ่านออกมาให้ได้ใช้กันบนกูเกิ้ล เพลย์       Instagram Multi-aacount pic.twitter.com/gWKPOcvKbh— Rogue (@fro_rogue) November 25, 2015 ...

Continue Reading

ทำไมแบรนด์ถึงควรใช้ Instagram มากกว่า Facebook

ถ้าให้เลือกระหว่าง Facebook กับ Instagram แบรนด์ส่วนใหญ่ก็มักจะเลือก Facebook มากกว่า เนื่องจากการจำนวนผู้ใช้งาน ความง่าย และสะดวกในการใช้ ในขณะที่ Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว หลังจากถูกมีบริษัทแม่อย่าง Facebook ก็ยิ่งโดดเด่นมากขึ้นไปอีก ล่าสุด เว็บไซต์ selfstartr.com ได้ทำการรวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Facebook และ Instagram โดยนำมาเปรียบเทียบกัน เพื่อให้เราเห็นภาพมากขึ้นว่าจริงๆ แล้ว ควรจะใช้ Facebook หรือ Instagram ในการทำตลาด ทั้งนี้ อินโฟกราฟฟิกชิ้นนี้ก็จะเป็นตัวช่วยให้แบรนด์สามารถตัดสินใจได้ว่าควรใช้แพลตฟอร์มไหน สำหรับแคมเปญ หรือกิจกรรมนั้นๆ เปอร์เซ็นต์ของ Organic Reach ระหว่างปี 2012 – 2014 ในช่วงปี 2012 นักการตลาด หรือแบรนด์ที่ใช้ Facebook ทำตลาด จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่า...

Continue Reading