Blogs

วิธีตรวจสอบว่า มีอุปกรณ์อะไรเข้าถึงบัญชี Google ของเราบ้าง?

ครั้งที่แล้วเมื่อเดือนกันยายน ได้เคยนำเสนอเกี่ยวกับ  วิธีตรวจสอบ และตั้งค่าบัญชี Gmail ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นกว่าเดิม!! กันไปแล้วแต่ล่าสุด google ได้เพิ่มในส่วนการตรวจสอบอุปกรณ์ ว่าอุปกรณ์ตัวไหนเข้าถึงบัญชี google บ้าง?  ซึ่งจะปรากฎในหน้า  Devices & Activity (อุปกรณ์และกิจกรรม ) ทั้งนี้หากพบรายชื่ออุปกรณ์ที่น่าสงสัยและเราเองไม่เคย sign in ใช้กับอุปกรณ์นี้ แสดงว่าบัญชีเราอาจโดนแฮคแล้วก็ได้ เราก็สามารถควบคุมได้ โดยใช้ฟีเจอร์  อุปกรณ์และกิจกรรม  นี้ในการสั่งหยุดอุปกรณ์ที่สงสัยเข้าถึงบัญชีของเรา สำหรับขั้นตอนวิธีการตรวจสอบว่ามีอุปกรณ์อะไรที่เข้าถึงบัญชีของเราบ้าง  โดยเข้าไปที่เว็บไซต์บริการต่างๆของ google เช่น gmail , google plus , google drive , google maps แล้วทำการ sign in ด้วยบัญชี google ให้เรียบร้อย จากนั้นคลิกที่รูปโปรไฟล์ที่ปรากฎบริเวณขวาบนของเว็บ คลิกที่ บัญชี จากนั้นคลิกที่แท็บ  ความปลอดภัย   แล้วคลิกที่ ดูกิจกรรม ตรงส่วนที่ อุปกรณ์และกิจกรรม ดังตัวอย่างภาพด้านบน   จะแสดงรายชื่ออุปกรณ์ต่างๆที่เคยเข้าถึงบัญชี Google  , Gmail ของคุณ...

Continue Reading

3 วิธี โพสต์ภาพ ติดแท็ก ยังไงให้ได้ผล

มาถึงวันนี้คงไม่ต้องบอกแล้วว่า “ภาพ” มีอิทธิพลต่อการตลาดอย่างไร ภาพช่วยถ่ายทอดความเป็นแบรนด์ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และช่วยให้แบรนด์สามารถแข่งขันได้ จริงๆ แล้วถ้าคุณเลือกใช้ภาพที่มีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจจะมากกว่าที่คิดหลายเท่าตัว โดยเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้ภาพมีอิทธิพลมากกว่าที่คิด ก็เพราะ ภาพเป็นสิ่งที่ทุกคนมองเห็น และเข้าถึงกลุ่มคนได้หลากหลาย แต่ถ้าอยากให้การโพสต์ภาพเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น เราแนะนำให้ติดแท็กลงไปที่ภาพ เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา และเพื่อลำดับของการค้นหา นอกจากนี้ การติดแท็กที่ภาพ ยังช่วยอธิบายข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับภาพได้ดี ซึ่งจะมีความสำคัญอย่างมากสำหรับแพลตฟอร์มที่เน้นภาพเป็นหลักอย่าง Instagram และ Pinterest และเพื่อให้แน่ใจว่าการโพสต์ภาพ ติดแท็กของคุณจะได้ผล นี่คือ 3 ขั้นตอนสำคัญ ที่คุณต้องลงมือทำ 1. ทำการบ้าน อันดับแรกคุณต้องสำรวจ และค้นหา “คำ” หรือ “คีย์เวิร์ด” ที่ดีที่สุดสำหรับแบรนด์ ซึ่งคีย์เวิร์ดที่เลือกใช้จะเกี่ยวข้องกับแบรนด์ การเข้าถึงผู้บริโภค และการแสดงความคิดสร้างสรรค์ คุณจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนที่จะเลือกใช้คำใดๆ 2. ใช้ประโยชน์จาก Hashtags ที่อยู่ในกระแส นอกจากการใช้คีย์เวิร์ดแล้ว Hashtags ก็เป็นหัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้...

Continue Reading

อายุของเราส่งผลต่อคอนเทนต์ที่แชร์บนโลกโซเชียลมีเดียอย่างไรบ้าง

[caption id="attachment_706" align="aligncenter" width="2000"] Teenagers using cellphones[/caption] ปัจจุบันมนุษย์โลกดิจิตอลที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ต่างก็มีอีกชีวิตหนึ่งอยู่บนโลกโซเชียลมีเดียกันทั้งนั้น หากคุณเป็นแบรนด์และอยากประสบความสำเร็จในยุคนี้ Go Social เป็นภาคบังคับที่คุณต้องทำให้ได้ไปเสียแล้วครับ แล้วคุณควรสร้างสรรค์คอนเทนต์แบบไหนให้กลุ่มลูกค้าอยากแชร์กันล่ะ? บทความนี้มีคำตอบครับ Accenture Interactive’s Acquity Group ทำการศึกษา Next Generation of Commerce ในปี 2015 และพบว่าปัจจัยเรื่องอายุทำให้ผู้คนบนโลกโซเชียลมีเดียมีพฤติกรรมการแชร์คอนเทนต์แตกต่างกันออกไป การทดลองของพวกเราต้องการค้นหาว่าดิจิตอลเทคโนโลยีสร้างพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างไรบ้าง การตลาดยุคใหม่ทั้งได้ผลและไม่ได้ผลเป็นเครื่องยืนยันว่าความคาดหวังของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์เปลี่ยนไปอย่างมากแล้ว ข้อมูลของเราจะช่วยให้มาร์เกตเตอร์สามารถเข้าใจว่าผู้บริโภคเหล่านี้ต้องการสินค้าและบริการอย่างไร ขณะที่เด็กยุคมิลเลนเนียนจะวิ่งไปซื้อสินค้าที่พวกเขาเห็นในฟีตทันที คนอายุ 69 ขึ้นไปจะไม่ซื้อของที่พวกเขาเห็นบนโซเชียลมีเดียเลย แต่ข่าวดีของคุณ Facebook ยังเป็นช่องทางที่น่าเชื่อถือที่สุดในบรรดาช่องทางทั้งหมด สรุปสาระสำคัญ 1.ช่องทางไหนที่คุณจะเชื่อถือแบรนด์คอนเทนต์มากที่สุด Facebook 4, หนังสือพิมพ์ 4.4, อีเมล์และทีวี 4.5 2.คุณเคยลองผลิตภัณฑ์หรือบริการเพราะแคมเปญหรือโฆษณาบนช่องทางเหล่านั้นหรือไม่ คนวัย 23-30 มีแนวโน้มลองสินค้าที่เห็นบนโซเชียลมีเดียมากที่สุด คนวัย 18-22 มีแนวโน้มลองสินค้าที่เห็นบน YouTube มากที่สุด 3.อยาก Go Viral ต้องเน้นจับกลุ่มคนอายุต่ำกว่า...

Continue Reading

Influencer VS Journalist ใครกันแน่ที่แบรนด์ควรเลือกให้โปรโมทคอนเทนต์

ในรอบหลายปีที่ผ่านมาเราเห็นจำนวนบล็อกและเพจโซเชียลมีเดียต่างๆ ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด แบรนด์ปัจจุบันจึงต้องเจอกับความเห็นทั้งด้านลบด้านบวกที่มาจากการรีวิวและการบอกต่อๆ กันของผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสมัยก่อนแบรนด์ก็ใส่ใจความเห็นเหล่านั้นได้พอสมควรแต่ปัจจุบันเนื่องจากความเห็นล้นบ่ามากแบรนด์จึงอาจต้องปล่อยความเห็นไป อย่างไรก็ตาม นิตยสาร Forbes ให้เครดิต WOM หรือ word-of-mouth ว่าเป็นการตลาดที่สำคัญที่สุดบนโซเชียลมีเดียเพราะกว่า 92% ของผู้บริโภคที่ได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าบนเว็บไซต์จะรีบเปิดหารายละเอียดของสินค้านั้นเพิ่มเติมทันที ดังนั้นแม้บางครั้งสินค้าคุณอาจไม่ใช่ที่สุดแต่หากมันได้รับการบอกต่อมากพอก็จะมีคนยอมเสียเงินให้กับมัน การเปลี่ยนแปลงในการบริโภคข้อมูล ผู้บริโภคปัจจุบันชอบให้ฟีตแบคแบบส่วนตัวแก่แบรนด์ (ในกรณีที่พวกเขาไม่พอใจและอยากแสดงออกพวกเขาก็จะเมนต์ลงในกลุ่มให้เห็นกันทุกคน) ดังนั้นในแง่นี้บทบาทของ influencers ก็น่าจะมีไม่มากเท่าไหร่ แต่อย่างไรก็ดี ต้องอย่าลืมว่าคนที่จะชี้ถูกชี้ผิดให้แก่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็เป็น influencers นั้นแหละ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่เชื่อแบรนด์เพราะคิดว่าแบรนด์ต้องการ “เงิน” อย่างเดียว จำไว้ว่าพวกเขาจะมาหาคุณเมื่อมีเรื่องเท่านั้นแหละ ดังนั้น การเขียนและเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็น influencer ซะเลยเป็นหนทางที่ดีทางหนึ่งของแบรนด์ที่จะยึดโยงกับผู้บริโภค แต่จะทำอย่างไรให้พวกเขาเชื่อคุณล่ะ? อย่าบอกว่าเป็นไปไม่ได้นะครับ Admin KFC ยังทำได้คุณก็ทำได้เหมือนกันครับ การจะกลายเป็น influencer ได้คือคุณต้องพยายามเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขาและเข้าใจพวกเขาให้มากยิ่งกว่าตัวพวกเขาเอง โดยเฉพาะสำหรับคนไทยแล้ว “เรื่องขำขัน” และ “เรื่องดราม่า” ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนจะเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดของคุณครับ กรณีศึกษาเช่นช่วงแรกๆ ที่บล็อกเกอร์ถือกำเนิดขึ้นมามีบล็อกเกอร์กลุ่มหนึ่งชื่อว่า mommy bloggers...

Continue Reading

10 อย่างที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับ Social Media

ถ้าตอนนี้คุณกำลังวางแผนทำตลาด ทำประชาสัมพันธ์บน Social Media แต่ยังไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นยังไง Kryptonite Digital จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ Social Media ที่น่าสนใจ และนำมาจัดทำเป็น Infographic ที่อยู่ด้านล่างนี้ มาดูกันว่า 10 อย่างที่คุณอาจไม่เคยรู้ และควรรู้ จะมีอะไรบ้าง 1. Social Media แต่ละอันไม่เหมือนกัน และมีกลุ่มเป้าหมายของตัวเอง ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของคุณก็ไม่ได้อยู่ทุกแพลตฟอร์มเช่นกัน 2. “วัน” ที่เรียก Engagement ได้ดีที่สุดในการทวิตข้อความคือ วันอาทิตย์ (โพสแล้วอาจได้รับการรีทวิตมากที่สุด) สำหรับ Facebook คือวันศุกร์ ส่วนเวลาที่เหมาะสมคือ 22.00-23.00 น. 3. นอกจาก Google แล้ว อย่าลืมว่าเรายังค้นหาผ่าน Social Media ได้ โดย Facebook...

Continue Reading

9 วิธี ตรวจเช็คสมาร์ทโฟน ป้องกันเครื่องย้อมแมว

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้เราสามารถหาซื้อโทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟนได้จากทุกแห่งหน ทั้งตามห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ หรือแม้แต่ร้านตู้ตามตลาดทั่วไป ซึ่งก็มียี่ห้อ รุ่น ราคา และเงื่อนไขการรับประกันที่แตกต่างกันออกไป แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่า สมาร์ทโฟนที่เราซื้อมานั้นเป็นเครื่องที่ผลิตจากโรงงานผู้ผลิตจริงๆ ไม่ใช่เครื่องเถื่อนที่ถูกพ่อค้ามิจฉาชีพนำมาประกอบกันเอง แล้วหลอกขายให้เรา แอดไวซ์ขอแนะนำ 9 วิธีง่ายๆ ในการตรวจเช็คสมาร์ทโฟนก่อนซื้อ เพื่อป้องกันปัญหาเครื่องย้อมแมว 1.   ตรวจเช็คสภาพกล่อง – โดยปกติแล้วเมื่อได้รับเครื่องมา กล่องบรรจุภัณฑ์ต้องอยู่ในสภาพที่ดีไม่มีรอยบุบหรือขาด ซีลพลาสติกอย่างสวยงาม และสติกเกอร์ที่ใช้รับประกันต้องไม่ขาด 2.   ตรวจสอบอุปกรณ์ภายในกล่อง – อุปกรณ์ภายในกล่องต้องอยู่ครบถ้วนตามที่ข้างกล่องแจ้ง และต้องดูใหม่หรือยังไม่เคยถูกใช้งานมาก่อน รวมถึงต้องมีคู่มือ และใบรับประกันต่างๆ 3.   ตรวจสอบสติ๊กเกอร์กันรอยหน้าจอ – เมื่อซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ ให้สังเกตว่าจะมีสติ๊กเกอร์หรือฟิล์มกันรอยติดมาด้วย และจะต้องอยู่ในสภาพที่ไม่มีฟองอากาศหรือฝุ่นติดอยู่ภายในมากเกินจนผิดปกติ 4.   ตรวจสอบสภาพตัวเครื่อง – โทรศัพท์เครื่องใหม่จะต้องไม่มีรอยบุบ รอยขีดข่วนใดๆ บริเวณรอบตัวเครื่องและหน้าจอ รวมไปถึงปุ่มโฮม(ถ้ามี) และปุ่มด้านข้างตัวเครื่องสมาร์ทโฟน หากมีแสดงว่าเครื่องอาจมีปัญหา ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่หรือร้านค้าที่ซื้อมาทันที 5.   ตรวจสอบหน้าจอ – เมื่อเช็คภายนอกเรียบร้อยแล้ว ควรเปิดเครื่องทันที เพื่อเช็คความผิดปกติของหน้าจอหรือเรียกอีกอย่างว่าDead Pixel 6.   ตรวจสอบระบบฟังก์ชั่น – ขั้นตอนหลังจากเปิดเครื่องคือเช็คการใช้งานด้านอื่นๆอย่างเช่น ระบบสั่น กล้องหน้า กล้องหลัง ลำโพง การทำงานของเซ็นเซอร์ต่างๆ และการใช้งานด้านอื่นๆ 7.   ตรวจสอบการใช้งานโทรศัพท์ – หลังทำการเปิดเครื่องแล้วให้ทดลองใส่ซิม แล้วทำการโทรเข้า–ออก เพื่อทดสอบสัญญาณ,ไมค์ และลำโพงสนทนาว่ายังสามารถใช้งานได้ดีและไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด 8.   ตรวจสอบสัญญาณอินเตอร์เน็ต การเชื่อมต่อต่างๆ – ขั้นตอนถัดมาคือการเช็คสัญญาณอินเตอร์เน็ตทั้ง 3G หรือ 4G(ถ้ามี)รวมถึงการเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth ว่าสามารถรับสัญญาณได้ปกติหรือไม่ 9.   ตรวจสอบหมายเลข IMEI ต้องตรงกับกล่อง เครื่องที่ซื้อใหม่จะต้องมีเลขที่อีมี่ที่ตรงกับข้างกล่อง วิธีที่เช็คง่ายๆ เพียงแค่กด *#06# จากนั้นเครื่องจะแสดงหมายเลขขึ้นมา ถ้าไม่ตรงให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที...

Continue Reading

เผยผลสำรวจ ปัจจัยที่ทำให้คนทำงานอยากเปลี่ยนงาน และไม่กล้าที่จะเปลี่ยนงาน

บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด เผยผลสำรวจล่าสุดในหัวข้อ “ปัจจัยที่ทำให้คนทำงานอยากเปลี่ยนงาน และไม่กล้าที่จะเปลี่ยนงาน” ประจำปีพ.ศ. 2558 พบว่า เหตุผลหลักที่ทำให้คนทำงานไม่กล้าเปลี่ยนงาน คือความรู้สึกกังวลเรื่องวัฒนธรรมองค์กร และสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน 41% ในขณะที่ 92% ของคนทำงานคิดว่าการเปลี่ยนงานทำให้มีความสุขมากขึ้น     การจัดทำแบบสำรวจในหัวข้อ “ปัจจัยที่ทำให้คนทำงานอยากเปลี่ยนงาน และไม่กล้าที่จะเปลี่ยนงาน” เป็นแคมเปญต่อเนื่องของแคมเปญ “Happy is a better job ใช้ชีวิตให้สุข สนุกกับงานที่ใช่” ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จัดทำขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน 2558 เพื่อวัดดัชนีความสุขของคนทำงานหลังจากเปลี่ยนงาน มีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนทั้งสิ้น 1,373 ราย . จากหลากหลายสาขาอาชีพและตำแหน่งงาน โดยการสำรวจนี้นอกจากประเทศไทยแล้ว ยังได้จัดทำในอีกหลายประเทศ ได้แก่ ฮ่องกง อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ทำให้ผลรวมของผู้ตอบแบบสอบถามคือ 7,278...

Continue Reading

Facebook เปิดสำนักงานในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมลุยโฆษณาบน Instagram เต็มตัว

แดน เนียรี่ รองประธาน ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค แห่ง Facebook กล่าวว่า“การเปิดสำนักงานประจำประเทศไทยอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Facebook ที่มีต่อประเทศไทย รวมถึงการลงทุนของเราเพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจไทย และยังช่วยให้ผู้ใช้งานชาวไทยและธุรกิจต่างๆ เชื่อมต่อถึงกันได้ง่ายยิ่งขึ้น และมีความหมายมากยิ่งขึ้น ทีมงานกลุ่มเล็กๆ ซึ่งประจำอยู่ที่สำนักงานประเทศไทยนั้น จะมุ่งเน้นให้การสนับสนุนแก่พันธมิตรของเรา พร้อมกับต่อยอดพันธกิจของ Facebook ในการให้ทั่วโลกเชื่อมต่อถึงกันได้มากยิ่งขึ้น” ผู้ใช้งานชาวไทยยังครองสถิติการใช้เวลาในโซเชียลเน็ตเวิร์กสูงที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยใช้เวลาอยู่บน Facebook โดยเฉลี่ย 2 ชั่วโมง 35 นาทีต่อวันโดยมีจำนวนผู้ใช้งาน Facebook ในประเทศไทยถึงมากกว่า 34 ล้านคน ซึ่งใช้งานแพลตฟอร์มนี้เป็นประจำทุกเดือน และมากกว่า 94 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้ใช้งานในประเทศไทยทั้งหมด ใช้งาน Facebook เป็นประจำผ่านมือถือ (อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลของ Facebook ประจำเดือนมิถุนายน 2558)   ความนิยมของ Facebook ในปัจจุบัน ผนวกรวมกับแนวโน้มการลงทุนโฆษณาบนสื่อดิจิตอล...

Continue Reading

เบื้องหลังการออกแบบของโลโก้ Google โฉมใหม่

[caption id="attachment_608" align="aligncenter" width="4000"] Google introduced a new logo September 1, 2015. The new, simplified, logo will appear on all Google platforms, including the mic which will help users identify and interact with Google whether talking, tapping or typing.[/caption] หากใครท่องเน็ตเมื่อคืนวันที่ 1 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา กลายเป็นข่าวใหญ่ในวงการอินเทอร์เน็ต เมื่อ...

Continue Reading

Cyber attack สงครามในรูปแบบใหม่

    ถ้าพูดถึงคำว่า “สงคราม” ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ ทุกคนต่างหวาดกลัวและไม่มีใครคิดอยากจะให้เกิดขึ้นใช่ไหมครับ แต่ดูเหมือนว่าสงครามในแบบที่เรารู้จักที่ต้องใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ ทหาร ยานยนต์ทางภาคพื้นดิน น้ำ และอากาศ เพื่อห้ำหั่นกันนั้นจะกลายเป็นสิ่งที่ล้าหลังไปเสียแล้ว ทุกวันนี้ สงครามได้ถูกเปลี่ยนรูปแบบไปเสียใหม่ อยู่ในโลกไซเบอร์ที่คอมพิวเตอร์ทั้งหลายเชื่อมโยงเข้าหากัน ประเทศมหาอำนาจหลายประเทศเริ่มหันมาต่อสู้กันผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เหตุผลที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ โลกทุกวันนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายแทบทั้งหมด ข้อมูลเกือบทุกอย่างถูกบันทึกไว้แบบดิจิตอลบนระบบคอมพิวเตอร์ การเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบเครือข่ายเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกหน่วยงานจะต้องมี แม้แต่หน่วยงานทางด้านทหารและความมั่นคงก็ตาม และที่สำคัญสงครามไซเบอร์นี้มีความร้ายแรงไม่แพ้สงครามในรูปแบบเก่าเสียด้วย ตัวอย่างการโจมตีด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่โด่งดังในปี 2553 เกิดจากหนอนคอมพิวเตอร์ (computer worm) ชื่อว่า “Stuxnet” โดยที่เจ้าหนอนคอมพิวเตอร์ Stuxnet นี้ ได้ถูกปล่อยเข้าไปทำลายระบบเครื่องหมุนเหวี่ยงนิวเคลียร์ในโรงงานนิวเคลียร์ประเทศอิหร่านจนเสียหายไปเป็นจำนวนเกือบร้อยละยี่สิบของทั้งหมด การทำงานของ Stuxnet เริ่มจากการแฝงตัวอยู่ใน USB drive ที่เมื่อนำไปเสียบเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็น Microsoft Windows และมีโปรแกรม Siemens Step 7 ที่ใช้ในระบบเครื่องหมุนเหวี่ยงนิวเคลียร์ จากนั้นเจ้า Stuxnet ก็จะควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์และปรับค่าให้เครื่องหมุนเหวี่ยงฯ ทำงานเร็วเกินค่าปกติและเสื่อมสภาพไปในที่สุด...

Continue Reading